source of korat insight

Tag archive

กระทรวงกลาโหม

การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีของจังหวัดนครราชสีมาเอาไปใช้อะไรบ้าง

in Lifestyle by

ผลการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 (ต.ค. 59-ก.ย.60) ไตรมาส 1-4 |อนที่2| เอางบประมาณไปใช้อะไรบ้าง ?   ครั้งก่อนนำตัวเลขงบประมาณ มาให้ทุกคนได้ทราบ ครั้งนี้เราจะนำข้อมูลที่ใช้งบไป มาให้ทุกคนได้ทราบ  Keep Reading

ผลการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดนครราชสีมา

in Lifestyle by

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 (ต.ค. 59-ก.ย.60) ไตรมาส 1-4

วันนี้นำตัวเลขงบประมาณ ที่ทุกคนสามารถเข้าไปอ่านได้ แต่เรานำมาให้ทราบแบบง่ายขึ้น | ตอนที่1 | ครั้งหน้าเราจะมาบอกว่า เอาไปใช้อะไรบ้างใน |ตอนที่2| Keep Reading

‘กลาโหม-แรงงาน’ ฝึกอาชีพทหารเกณฑ์คัด ‘แรงงานดี-มีคุณภาพ’ พัฒนาประเทศ

in Uncategorized by

วันที่ 13 ต.ค.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นสักขีพยานการลงนามใน “บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมการมีงานทำให้กับทหารกองประจำการระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงแรงงาน” โดยมีปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพ อธิบดีกรมการจัดหางาน ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และทหารกองประจำการ ร่วมในพิธี

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทหารกองประจำการ ถือเป็นกำลังพลที่มีคุณภาพ ที่ผ่านการฝึกมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ที่สำคัญได้รับการปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัย เพื่อให้พร้อมเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ และการลงนามดังกล่าว ถือเป็นโอกาสดีให้ทหารกองประจำการ ได้รับการฝึกอาชีพ พัฒนาทักษะ นำไปประกอบอาชีพภายหลังปลดประจำการไปแล้ว โดยในส่วนของผู้บังคับบัญชาต้องให้การดูแลเพื่อผลักดันให้โครงการดังกล่าว สำเร็จเป็นรูปธรรม ยั่งยืนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

พล.อ.ศิริชัย กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเพื่อจัดหางานให้กับประชาชน พัฒนาฝีมือแรงงานให้คนทำงานก่อนออกสู่ตลาดแรงงาน ทั้งนี้ทหารกองประจำการที่ได้รับการฝึกมาจากกองทัพมีระเบียบวินัยและเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นที่ต้องการตลาดแรงงาน กระทรวงแรงงานจึงฝึกทักษะให้ทหารกองประจำการ ให้เป็นกำลังสำคัญเพื่อพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมากรมจัดหางานและเหล่าทัพ มีข้อตกลงเฉพาะที่แยกเป็นส่วน ไม่ครอบคลุมการดำเนินการ กระทรวงแรงงานจึงต้องการบูรณาการในระดับกระทรวงตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานในภาครัฐเพื่อครบวงจร โดยโครงการดังกล่าวยังทำให้ทหารกองประจำการสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้เมื่อปลดประจำการไปแล้ว พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการลงนามครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ได้แรงงานที่มีทักษะ ฝีมือ มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศเพื่อเกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดทำบันทึกข้อตกลง ดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 กระทรวง ที่จะส่งเสริม การฝึกอาชีพ โดยการพัฒนาทักษะฝีมือตามความถนัด และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงการจัดหางานให้แก่ทหารกองประจำการภายหลังจากปลดประจำการไปแล้วให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ได้กำหนดกรอบการดำเนินการของแต่ละฝ่าย โดยกระทรวงกลาโหมรับผิดชอบในการสำรวจสาขาวิชาชีพ ที่เป็นความต้องการของทหารกองประจำการ ในส่วนของกระทรวงแรงงานจะรับผิดชอบในการพัฒนาทักษะฝีมือการฝึกอาชีพ การแนะแนวอาชีพ รวมถึงประสานงานกับสถานประกอบการ เพื่อจัดหางานให้แก่ทหาร กองประจำการก่อนปลดจากกองประจำการ

สำหรับการดำเนินการในวันนี้ นอกจากการ ลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวแล้ว กระทรวงกลาโหมยังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการฝึกทักษะฝีมือแรงงาน พร้อมทั้งได้เชิญสถานประกอบการต่างๆ จำนวน 20 แห่ง มาเปิดรับสมัครทหารกองประจำการในงานนี้ด้วย

ที่มา : http://www.ryt9.com/

แรงงาน – กลาโหม ผนึกกำลังภาครัฐทำข้อตกลงส่งเสริมการมีงานทำให้ทหารกองประจำการ

in Uncategorized by

2 กระทรวงความมั่นคง แรงงาน – กลาโหม ผนึกกำลังจัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมการมีงานทำให้ทหารกองประจำการ วางแผนสำรวจความต้องการ แนะแนวอาชีพ ฝึกเตรียมเข้าทำงาน จัดหาตำแหน่งงานว่าง พบนายจ้างสัมภาษณ์ ทดสอบมาตรฐานฝีมือ ความถนัดทางอาชีพ เตรียมบรรจุและเข้าทำงาน หลังปลดประจำการได้งานที่มีคุณค่า มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว
แหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ตุลาคมที่จะถึงนี้ เวลา 10.00 น.พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการส่งเสริมการมีงานทำให้กับทหารกองประจำการ ณ ห้องพินิตประชานาถ ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีกรมการจัดหางาน และอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้
สำหรับสาระสำคัญภายใต้กรอบการดำเนินงานบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการทำงานในระดับกระทรวงระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงแรงงานเป็นครั้งแรก ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นให้หน่วยงานภาครัฐทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันมากขึ้น โดยกระทรวงแรงงานจะดำเนินการจัดทำแบบสำรวจความต้องการฝึกพัฒนาฝีมือ ฝึกอาชีพ และความต้องการทำงานของทหารกองประจำการ เพื่อให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการสำรวจ จัดการฝึกอบรมเพื่อเพิ่ม/พัฒนาทักษะฝีมือ ฝึกอาชีพ ให้แก่ทหารกองประจำการก่อนปลดประจำการในหลักสูตรที่ตรงตามความต้องการตามแบบสำรวจ รวมทั้งทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานตามคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมทั้งให้การแนะแนวอาชีพ ทดสอบความถนัดทางอาชีพ ลงทะเบียนสมัครงาน นำนายจ้าง/เจ้าของสถานประกอบการเข้าไปประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานและความก้าวหน้าในอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของทหารกองประจำการที่ได้ลงทะเบียนไว้ รวมทั้งจัดหางานให้แก่ทหารกองประจำการที่แจ้งความประสงค์จะทำงานภายหลังจากปลดประจำการ
ส่วนกระทรวงกลาโหม จะดำเนินการสำรวจความต้องการฝึกพัฒนาฝีมือแรงงาน ฝึกอาชีพและความต้องการทำงานของทหารกองประจำการตามแบบสำรวจของกระทรวงแรงงาน จัดเตรียมและประสานกับทหารกองประจำการที่ประสงค์จะเข้าร่วม ตลอดจนติดตามผลและจัดเก็บข้อมูลการมีงานทำของทหารภายหลังจากปลดประจำการ โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อให้เกิดการทำงานเชิงบูรณาการตามแผน ติดตามผลการปฏิบัติงาน และรายงานผล ตลอดจนข้อเสนอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยจะมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2562
ทั้งนี้ นอกจากพิธีการลงนามฯ แล้วยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ กรมการจัดหางานร่วมกับสถานประกอบการ 20 แห่ง เปิดรับสมัครงาน มีตำแหน่งงานว่าง 151 ตำแหน่ง 2,897 อัตรา การสาธิตการแต่งผมจากเยาวชนชนะเลิศการแข่งขันฝีมือ

ที่มา : http://www.mol.go.th/

โฆษกฯยันประวิตรไปฮาวายโปร่งใส ปฎิบัติตามระเบียบ ด้าน THAI คาดสรุปตัวเลขค่าใช้จ่ายเป็นทางการอีก 2 เดือน

in Uncategorized by

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวที่ตึกนารีสโมสร พร้อมด้วยนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย (THAI) พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกรณีการเช่าเหมาลำเครื่องบิน THAI ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาอย่างไม่เป็นทางการ ที่มลรัฐฮาวาย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า การเดินทางไปต่างประเทศของรัฐบาลยึดระเบียบหลักเกณฑ์สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องพัสดุการจัดซื้อจัดจ้าง ปี พ.ศ. 2556  ซึ่งหากมีวงเงินเกิน 1 แสนบาทต้องมีการประกาศราคากลาง และเผยแพร่ทางกรมบัญชีกลางและหน่วยงานนั้น และการเดินทางไปต่างประเทศ มี 3 รูปแบบคือ 1.แบบสายการบินพาณิชย์ 2.แบบสายการบินทหาร ที่ส่วนใหญ่จะได้เดินทางในประเทศเพื่อนบ้าน ระยะใกล้ เนื่องจากพิสัยของเครื่องบินไม่สามารถเดินทางในระยะไกลได้ เพราะต้องดำเนินการขออนุญาต การบินเข้าน่านฟ้า การเติมเชื้อเพลิง  เป็นต้นจึงอาจจะไม่สะดวกในการเดินทาง  และ แบบที่ 3.แบบเช่าเหมาลำ ซึ่งรัฐบาลนี้ ได้มีการบริการไป 3 ครั้ง 2 ครั้งแรก เป็นกรณีนายกรัฐมนตรี เดินทางจากรุงเทพไปอิตาลี เพื่อร่วมประชุมอาเซียนยุโรป และเดินทางจากกรุงเทพไปรัสเซีย เพื่อร่วมประชุมอาเซียน รัสเซีย และอีก 1 ครั้ง คือ กรณีพล.อ.ประวิตร ล่าสุด ดังนั้นจะเห็นได้ว่า มีการชี้แจงรายละเอียดตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 11 ส.ค.56

ด้านนายจรัมพร ชี้แจงว่า การให้บริหารเช่าเหมาลำของการบินไทย มีสูตรคำนวนการคิดค่าใช้จ่ายเป็นสูตรเดียวกับกับทุกรัฐบาล มีคนรับผิดชอบในการคำนวณราคา ก่อนที่จะส่งเอกสารไปยังอีก 10 หน่วยงาน เพื่อประเมินราคา ในเรื่องการจัดหาเครื่องบิน  จัดหานักบิน อาหาร เชื้อเพลิง การขออนุญาตผ่านน่านฟ้า และเจ้าหน้าที่ประจำปฎิบัติในเมืองนั้น เมื่อคิดคำนวณราคาเสร็จสิ้นจะส่งมายังหน่วยงานกลางการบินไทย ก่อนที่จะเสนอราคาให้ผู้ให้ลูกค้าได้รับทราบ ซึ่งถือเป็นธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่ให้บริการเหมือนสายการบินทั่วไป

ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวแปรต่างๆ เช่น เชื้อเพลิง อาหาร จำนวนผู้โดยสาร เมืองที่เดินทางไป  โดยการเดินทางไปฮาวายของคณะพลเอกประวิตร  ถือว่าเป็นแบบวอร์คอินขากลับ ที่ไม่มีสายการบินจากฮาวายถึงกรุงเทพโดยตรง  ส่วนค่าใช้จ่ายในการบินครั้งนี้ ยังต้องรอทางฮาวาย สรุปตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนอีก 2 เดือนถึงจะทราบผลค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม นายจรัมพร ระบุว่า การบินไทยได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ปล่อยเอกสารรายชื่อลูกค้า เพราะถือว่าเป็นข้อมูลเท็จ และผิดระเบียบของการบินไทยในการเปิดเผยข้อมูลลูกค้า

ที่มา : http://www.ryt9.com/

EJFชมรัฐบาลตั้งใจแก้ประมงผิดกฎหมาย

in Uncategorized by

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. เวลา 10.00 น. นายสตีฟ เทรนต์ ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice Foundation: EJF) และคณะ ได้เข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

โดยนายสตีฟ เทรนต์ กล่าวถึงความร่วมมือของมูลนิธิ EJF กับ ไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประ มงผิดกฎหมายที่ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ที่ผ่านมาว่า ปัญหาดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย รัฐบาลไทยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนารมณ์ทางการเมืองและความคืบหน้าในเชิงบวกกับการจัดการปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาล และเห็นถึงความเป็นผู้นำของประเทศไทยต่อการแก้ปัญหาดังกล่าวในภูมิภาค และหวังว่าไทยจะสามารถดำเนินการได้ทันเวลาก่อนการตัดสินเรื่องไอยูยูจากสหภาพยุโรป (อียู)

นอกจากนี้ มูลนิธิ EJF ได้ให้คำแนะนำที่สำคัญใน 3 ประเด็น คือ 1.การพิจารณาความเหมาะสม ของกฎหมายแรงงาน เพื่อให้สามารถ คุ้มครองทางกฎหมายแก่แรงงานข้ามชาติในทุกภาคส่วน 2.การดำ เนินงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อการบริหารจัดการและควบ คุมเรือประมง และ 3.การลดจำ นวนเรือประมงให้มีความเหมาะ สมกับทรัพยากรทางทะเลที่มีอยู่

ด้าน พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ ว่า คาดว่าจะมีการประเมินการแก้ไขปัญหาของไทยในเดือน  ม.ค.60 ซึ่งผลออกมาน่าจะดีขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี

วันเดียวกัน พลเรือโทสุรพล คุปตะพันธ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะ ผอ.ศรชล.เขต 3 เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ “เปิดเรือนเยือนศูนย์” โดยมีผู้ประกอบการชาวประมง 6 จังหวัดอันดามันเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งมีการชี้แจงทำความเข้าใจการทำประมงที่ถูกกฎหมาย ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3.

ที่มา : http://www.ryt9.com

โฆษกฯยันประวิตรไปฮาวายโปร่งใส ปฎิบัติตามระเบียบ ด้าน THAI คาดสรุปตัวเลขค่าใช้จ่ายเป็นทางการอีก 2 เดือน

in Uncategorized by

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวที่ตึกนารีสโมสร พร้อมด้วยนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย (THAI) พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกรณีการเช่าเหมาลำเครื่องบิน THAI ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาอย่างไม่เป็นทางการ ที่มลรัฐฮาวาย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า การเดินทางไปต่างประเทศของรัฐบาลยึดระเบียบหลักเกณฑ์สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องพัสดุการจัดซื้อจัดจ้าง ปี พ.ศ. 2556  ซึ่งหากมีวงเงินเกิน 1 แสนบาทต้องมีการประกาศราคากลาง และเผยแพร่ทางกรมบัญชีกลางและหน่วยงานนั้น และการเดินทางไปต่างประเทศ มี 3 รูปแบบคือ 1.แบบสายการบินพาณิชย์ 2.แบบสายการบินทหาร ที่ส่วนใหญ่จะได้เดินทางในประเทศเพื่อนบ้าน ระยะใกล้ เนื่องจากพิสัยของเครื่องบินไม่สามารถเดินทางในระยะไกลได้ เพราะต้องดำเนินการขออนุญาต การบินเข้าน่านฟ้า การเติมเชื้อเพลิง  เป็นต้นจึงอาจจะไม่สะดวกในการเดินทาง  และ แบบที่ 3.แบบเช่าเหมาลำ ซึ่งรัฐบาลนี้ ได้มีการบริการไป 3 ครั้ง 2 ครั้งแรก เป็นกรณีนายกรัฐมนตรี เดินทางจากรุงเทพไปอิตาลี เพื่อร่วมประชุมอาเซียนยุโรป และเดินทางจากกรุงเทพไปรัสเซีย เพื่อร่วมประชุมอาเซียน รัสเซีย และอีก 1 ครั้ง คือ กรณีพล.อ.ประวิตร ล่าสุด ดังนั้นจะเห็นได้ว่า มีการชี้แจงรายละเอียดตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 11 ส.ค.56

ด้านนายจรัมพร ชี้แจงว่า การให้บริหารเช่าเหมาลำของการบินไทย มีสูตรคำนวนการคิดค่าใช้จ่ายเป็นสูตรเดียวกับกับทุกรัฐบาล มีคนรับผิดชอบในการคำนวณราคา ก่อนที่จะส่งเอกสารไปยังอีก 10 หน่วยงาน เพื่อประเมินราคา ในเรื่องการจัดหาเครื่องบิน  จัดหานักบิน อาหาร เชื้อเพลิง การขออนุญาตผ่านน่านฟ้า และเจ้าหน้าที่ประจำปฎิบัติในเมืองนั้น เมื่อคิดคำนวณราคาเสร็จสิ้นจะส่งมายังหน่วยงานกลางการบินไทย ก่อนที่จะเสนอราคาให้ผู้ให้ลูกค้าได้รับทราบ ซึ่งถือเป็นธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่ให้บริการเหมือนสายการบินทั่วไป

ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวแปรต่างๆ เช่น เชื้อเพลิง อาหาร จำนวนผู้โดยสาร เมืองที่เดินทางไป  โดยการเดินทางไปฮาวายของคณะพลเอกประวิตร  ถือว่าเป็นแบบวอร์คอินขากลับ ที่ไม่มีสายการบินจากฮาวายถึงกรุงเทพโดยตรง  ส่วนค่าใช้จ่ายในการบินครั้งนี้ ยังต้องรอทางฮาวาย สรุปตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนอีก 2 เดือนถึงจะทราบผลค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม นายจรัมพร ระบุว่า การบินไทยได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ปล่อยเอกสารรายชื่อลูกค้า เพราะถือว่าเป็นข้อมูลเท็จ และผิดระเบียบของการบินไทยในการเปิดเผยข้อมูลลูกค้า

ที่มา : http://www.ryt9.com/

สหรัฐฯ ชื่นชมไทยตั้งใจจริงแก้ปัญหาค้ามนุษย์-IUU-การบินพลเรือน

in Uncategorized by

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา อย่างไม่เป็นทางการ ( ASEAN – US Defense Informal Meeting ) ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคม ณ มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประเทศสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมประชุม นายแอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้กล่าวสนับสนุนอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และการกระชับความร่วมมือระหว่างกันในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ซึ่งทุกประเทศต้องร่วมกันเสริมความมั่นคงของภูมิภาค ด้วยการเพิ่มพูนเครือข่ายร่วมแก้ไขข้อขัดแย้ง เพื่อการคงไว้ซึ่งเสรีภาพและอิสรภาพในการเดินเรือ โดยสหรัฐฯ พร้อมให้การสนับสนุนทุกเรื่องทั้งทวิภาคี ไตรภาคีและพหุภาคี เพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกัน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย จำเป็นต้องร่วมส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถด้านข่าวกรอง การรักษาฎหมาย การตอบโต้การโฆษณาชวนเชื่อ การสร้างความเข้าใจร่วมกัน รวมทั้งการเคารพในบูรณภาพแห่งดินแดน ความเสมอภาคและความแตกต่าง ส่วนปัญหาทะเลจีนใต้ สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับหลักเกณฑ์และกฎหมายสากล การจัดทำข้อตกลงร่วม การแก้ปัญหาผ่านช่องทางการทูตและจัดตั้งเครือข่ายร่วมรักษาความมั่นคง พร้อมทั้งต้องการให้จีนเข้ามามีส่วนร่วม

p0103290758p1
ทั้งนี้ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้กล่าวขอบคุณไทยในฐานะพันธมิตรที่ยาวนานที่สุดของภูมิภาค ที่ให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ในการฝึกทุกระดับ รวมทั้งกล่าวชื่นชมความสำเร็จของไทยถึงความตั้งใจจริงในความคืบหน้าแก้ปัญหาทั้งการค้ามนุษย์ การทำประมงผิดกฎหมาย และการแก้ปัญหาการบินพลเรือน พร้อมทั้งยินดีจะคงความร่วมมือและสานต่อความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อไทย ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ใช้โอกาสนี้ เชิญผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิก มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในโอกาสต่อไป

ที่มา : http://www.manager.co.th/

จีนย้ำจุดยืน ค้านตั้ง “ระบบต่อต้านขีปนาวุธสหรัฐฯ” ในเกาหลีใต้

in Uncategorized by
กระทรวงกลาโหม

รอยเตอร์ – จีน “หมายความตามที่พูด” เมื่อพูดว่าจีนจะพิจารณามาตรการตอบโต้แผนประจำการระบบต่อต้านขีปนาวุธล้ำสมัยของสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ กระทรวงกลาโหมระบุในวันนี้ (29 ก.ย.)

จีน พันธมิตรหลักเพียงหนึ่งเดียวและเพื่อนบ้านของเกาหลีเหนือ แสดงความไม่พอใจหลายครั้งต่อสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่ตัดสินใจจะประจำการระบบต่อต้านขีปนาวุธเพดานบินสูง (THAAD) ในเกาหลีใต้เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามด้านขีปนาวุธและนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่าจะประกาศสถานที่ตั้งใหม่สำหรับระบบนี้ในวันพรุ่งนี้ (30) หลังจากได้รับเสียงคัดค้านจากผู้อยู่อาศัยสำหรับสถานที่ตั้งแรก

โฆษกกระทรวงกลาโหมของจีน หยาง หยูจุน กล่าวว่า การคัดค้านระบบ THAAD ของจีนนั้นชัดเจน

“เราให้ความสนใจต่อพัฒนาการที่สำคัญอย่างใกล้ชิดและพิจารณาการใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องความมั่งคงทางยุทธศาสตร์แห่งชาติและดุลยภาพทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค” หยางบอกในการบรรยายสรุปข่าวประจำเดือน

“สิ่งที่จำเป็นต้องเน้นย้ำคือ คนจีนหมายความตามที่พูด” เขากล่าวเสริม โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ปักกิ่งเป็นกังวลว่าเรดาร์ของระบบนี้จะสามารถเฝ้าติดตามศักยภาพทางทหารของตนเองได้ และว่าการประจำการระบบนี้จะไม่ได้ทำให้อุณหภูมิบนคาบสมุทรเกาหลีลดลงเลย รัสเซียก็แสดงการต่อต้านในทำนองเดียวกัน

เกาหลีเหนือซึ่งขู่ว่าจะ “ตอบโต้ทางกายภาพ” ต่อการตัดสินใจเรื่องระบบ THAAD ทำการทดสอบเทคโนโลยีทางทหารหลายครั้งในปีนี้ รวมถึงการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 ในเดือนนี้ ท้าทายมาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ถูกบังคับใช้เพิ่มเมื่อเดือนมีนาคม

 

ที่มา : ผู้จัดการ Online

Go to Top