source of korat insight

Tag archive

กระทรวงพาณิชย์

100 คะแนนให้เท่าไรกับ3ห้างดังโคราช

in Article/Lifestyle/News & Event by

โคราชกับห้างสรรพสินค้าทั้ง 3 ยักษ์ใหญ่ทั้งสามของการค้า และคิดว่าทุกคนคงจะได้ไปใช้บริการกันจนครบกันทุกห้างแล้ว ถ้าเราจะให้ค่าคะแนนในแต่ละด้านของยักษ์ใหญ่ทั้งสามหรือคิดโดยรวมของความประทับใจๆ คุณจะให้กันเท่าไหร่ หากคะแนนเต็ม 100 คะแนน Keep Reading

Korat FTI Fair 2017 งานมหกรรมแสดงสินค้า ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

in Article/News & Event by

Korat FTI Fair 2017 งานนี้เพื่อชาวโคราช


เตรียมพร้อมไปตำ!กันเถอะจะวันที่ 7-11 ธันวาคม2560 ณสนามกีฬาฯ80พรรษา10:00-21:00น.
สินค้า ลดสูงสุด 80% กรี๊ดด ไม่ต้องไปช๊อปไกลถึงต่างแดน 
งานนี้พูดเลยว่าไปแบกของกลับบ้านแน่นอน
>>>แล้วพบกันนะคะ<<<

Keep Reading

รบ.หารือผู้บริหารทีวีปรับผังรายการยึดเหมาะสม

in Uncategorized by
กระทรวงพาณิชย์

รัฐบาลประชุมผู้บริหารทีวีขอความร่วมมือปรับผังรายการเพื่อความเหมาะสม พร้อมคุมเข้มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ฉวยโอกาสเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ฉวยโอกาส เรียกเก็บค่าโดยสารกับประชาชนเกินอัตราที่เกินจริง ในช่วงพระราชพิธีพระบรมศพ ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ แจ้งมาเกี่ยวกับการควบคุมราคาสินค้า โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายขาวดำ ไม่ให้ผู้ค้าฉวยโอกาสขายในราคาสูง และต้องติดป้ายแสดงราคาที่ชัดเจน

ขณะเดียวกัน เวลา 11.00 น. มีการประชุมรายงานกับสถานีโทรทัศน์ช่องหลัก เพื่อขอความร่วมมือปรับผังรายการออกอากาศข่าวสาร สารคดี และรายการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เนื่องจาก นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องการให้ประชาชนตกข่าวสารที่สำคัญ ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้ความเหมาะสม

ส่วนกิจกรรมสถานบันเทิง รัฐบาลไม่มีการสั่งปิด แต่ขอความร่วมมือให้จัดอยู่ในสถานที่ปิด ไม่เอิกเกริก ส่วนงานบวช งานแต่งสามารถจัดได้แต่ควรอยู่ในความสงบเรียบร้อย ส่วนจัดงานคอนเสิร์ต ขอความร่วมมืองดจัดในช่วง 30 วัน ด้านโปรแกรมการเเข่งขันกีฬา เช่น ฟุตบอล สามารถดำเนินได้ตามปกติ

 

ที่มา : sanook

เทสโก้ โลตัสจับมือกระทรวงพาณิชย์ติดอาวุธเอสเอ็มอีก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

in Uncategorized by
กระทรวงพาณิชย์

นายสมพงษ์  รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการฝ่ายการพาณิชย์ เทสโก้ โลตัส  เปิดเผยว่า  เทสโก้ โลตัส มีนโยบายในการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยอย่างครบวงจร ครอบคลุมผู้ประกอบการทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นธุรกิจ เป็นคู่ค้าหรือพันธมิตรร่วมกัน และส่งเสริมเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จให้พร้อมขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งในปีนี้เอสเอ็มอีมีความสำคัญกับธุรกิจค้าปลีกและภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศเป็นอย่างมาก เฉพาะอย่างยิ่งในยุคไทยแลนด์ 4.0 หรือยุคการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม  จึงร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จัดสัมมนาใหญ่ “Tesco Lotus & SME: Growing Together 4.0 คิดต่าง สร้างคุณค่า มัดใจลูกค้ายุค 4.0” ณ ห้องรอยัลจูบิลลี่ อิมแพค เมืองทองธานี โดยได้รับความสนใจจากผู้ ประกอบการ SME กว่า 1,500 รายร่วมงาน

“เทสโก้ โลตัส ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จัดงานในครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีไทย ทั้งที่เป็นคู่ค้ากับเทสโก้ โลตัส ผู้ที่สนใจนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย และหรือเช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้าของเทสโก้ โลตัส ได้รับโอกาสดีๆ จากงานที่ถือได้ว่าเป็น one stop service ในการติดอาวุธและแนะลายแทงต่อยอดธุรกิจให้กับทุกคน โดยเรามีการจัดสัมมนาเสนอกลยุทธ์ 4 รู้ รู้เขา รู้เรา รู้ใจ รู้ทาง ที่ได้ผู้รู้และมืออาชีพมาไขรหัสหนทางสู่การเติบโตก่อนลงสนามแข่ง และการเปิดเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจกับฝ่ายจัดซื้อของเทสโก้ โลตัส ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการลงทะเบียนนำสินค้ามาเจรจราธุรกิจเป็นจำนวนมาก”

นายสมพงษ์  กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญสำหรับเอสเอ็มอีไทย คือ การสร้างรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคง ทั้งในด้านมาตรฐานและความต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความต่อเนื่องในการผลิตสินค้า เป็นสิ่งพื้นฐานที่เอสเอ็มอีจำเป็นต้องมีในการเป็นคู่ค้ากับโมเดิร์นเทรด และยังสามารถต่อยอดไปสู่การส่งออกได้อีกด้วย

ภายในงาน  นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมเยี่ยมชมบูทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บูทของหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมเอสเอ็มอี ทั้งกระทรวงพาณิชย์ สถาบันการเงิน และคู่ค้าของเทสโก้ โลตัส ที่ประสบความสำเร็จเติบโตมาด้วยกันกับเทสโก้ โลตัส รวมถึง ชมความคึกคักของการเจรจาธุรกิจที่มีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก

 “สิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สามารถเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้ก็คือ การสร้างมูลค้าเพิ่มด้วยนวัตกรรม ความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าให้มากขึ้น สร้างความแตกต่างเพื่อนำไปสู่ความสามารถในการแข่งขัน และการมีช่องทางที่หลากหลาย   นอกจากนี้การทำงานร่วมกันของภาครัฐ  ภาคเอกชน และประชาชน ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เอสเอ็มอีค้นพบโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเทสโก้ โลตัส มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชนในโครงการเทสโก้ โลตัส ประชารัฐร่วมใจ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรไทย ภายใต้มาตรฐานการผลิตสินค้าที่เป็นไปตามหลักสากล” นายสมพงษ์ กล่าว

ปัจจุบันร้อยละ 80 ของคู่ค้าเทสโก้ โลตัส เป็นเอสเอ็มอี จำนวนมากกว่า 9,000 ราย ที่จำหน่ายสินค้าและเช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้าของเทสโก้ โลตัส ทั่วประเทศ

 

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

 

พาณิชย์ เดินหน้ายกระดับ OTOP ไทยให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับทั้งใน-ตปท

in Uncategorized by

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ขานรับนโยบายรัฐบาลด้านการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าโอทอปของไทย ให้มีความเข้มแข็งเป็นที่รู้จักและยอมรับทั้งในระดับประเทศและสากล โดยได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งดำเนินการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดทุกระดับอย่างยั่งยืนให้แก่กลุ่มสินค้าและผู้ประกอบการ OTOP Select ที่ผ่านการคัดสรรโอทอประดับ 3 – 5 ดาว และมีศักยภาพเข้าสู่ตลาดในประเทศ/ต่างประเทศ อีกทั้งสามารถดำเนินการเชิงธุรกิจให้เข้าถึงการใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทุกกลุ่มและทุกระดับ

โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการคัดสรรสุดยอด OTOP Select ที่มีชื่อเสียง มีคุณภาพดี และมีศักยภาพด้านการตลาด 10 ลำดับแรกของแต่ละจังหวัด มาเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและประเมินจากคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ จังหวัดละ 1 ราย รวม 77 ราย เพื่อเข้าร่วมโครงการ 77 Experience โดยจะนำเอกลักษณ์เฉพาะตัวและประสบการณ์ของแต่ละชุมชนมาช่วยเสริมสร้างเสน่ห์ สร้างคุณค่า และความประทับใจให้แก่ผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดเรื่องราวที่น่าสนใจชวนติดตาม ทำให้สามารถยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าโอทอปไทยสู่การเป็นสินค้า “โอทอปพรีเมี่ยม” โดยเรื่องราวที่มาที่ไปและประสบการณ์ของแต่ละชุมชน ถือเป็นสิ่งทรงคุณค่าที่สามารถสร้างความตระหนักและง่ายต่อการจดจำตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นที่จะช่วยสนับสนุนจุดขายที่โดดเด่นของสินค้าให้มีความแตกต่างอันจะนำไปสู่ความทรงคุณค่าในตัวสินค้า และความสามารถทางการแข่งขันของผลิตภัณฑ์โอทอปไทยในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ตราสินค้า การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะให้สามารถเข้าถึงและกระตุ้นการตัดสินใจของตลาด

“โครงการ 77 Experience จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิถีการเป็นอยู่ที่ดี” (Well Life & Style) ด้วย 4 วิถีประสบการณ์ คือ 1.กินดี (Eat Well) ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม 2.อยู่ดี (Live Well) ได้แก่ ของใช้ ของที่ระลึก 3.สวยดี (Look Well) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสุขภาพ ความงาม และ 4.ดูดี (Dress Well) ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เพื่อให้ผู้บริโภคสมัยใหม่ได้มีประสบการณ์ร่วมไปกับเรื่องราว วิถีการดำเนินชีวิตที่ทรงคุณค่าของผลิตภัณฑ์โอทอปในแต่ละท้องถิ่น และพร้อมที่จะแชร์ประสบการณ์/ผลิตภัณฑ์นั้นๆ สู่แวดวงเพื่อนและคนรู้จัก” รมว.พาณิชย์ ระบุ

pr1

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ OTOP Select ที่ผ่านการคัดสรรจากกระทรวงพาณิชย์ทั้ง 77 จังหวัด มีจำนวนทั้งสิ้น 617 ราย ที่จะพัฒนาให้เป็นต้นแบบของแต่ละผลิตภัณฑ์ โดยจะมีการจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ การสร้างกลยุทธ์การตลาด และการสร้างต้นแบบการเชื่อมโยงเครือข่ายและบริหารจัดเครือข่ายด้านการตลาดแบบครบวงจร ตลอดจนการปิดจุดอ่อนด้านการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ เพื่อก้าวสู่การเป็น Smart Trader อย่างเต็มตัว โดยจะแบ่งออกเป็น 9 กลุ่มจังหวัด รวม 463 ราย เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำและผลักดันด้านการตลาดอย่างใกล้ชิดแก่ผู้ประกอบการโอทอปที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาโอทอปของประเทศไทยให้ก้าวสู้การเป็น “โอทอปพรีเมี่ยม” อย่างเต็มตัวในอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการคัดสรรโอทอประดับ 1 – 5 ดาว ประจำปี 2559 ในกลุ่มของใช้ ของที่ระลึก และของชำร่วย จำนวนกว่า 3,900 รายการ รวมถึงการเข้าร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่และสร้างองค์ความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอปเข้าสู่ตลาดระดับสากลในงาน OTOP City ที่มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนมิถุนายน เดือนสิงหาคม และ เดือนธันวาคม

ที่มา : http://www.ryt9.com/

‘พาณิชย์’ ลงนามร่วมอิหร่านลุยขยายการค้าการลงทุน

in Uncategorized by
กระทรวงพาณิชย์

“พาณิชย์” ลงนามร่วมอิหร่านขยายการค้าการลงทุนรูปแบบ PTA คาดศึกษาแล้วเสร็จใน 6 เดือน คืบหน้าดีลซื้อข้าว 3 แสนตันสาธารณสุขอิหร่านตรวจสอบแล้ว

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee : JTC) ระดับรัฐมนตรีระหว่างไทบกับอิหร่าน ครั้งที่ 1 วันนี้ (10 ต.ค.2559) ว่า ภายในการหารือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้สรุปถึงแนวทางกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการค้าร่วมกันให้ถึง 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564 ซึ่งทางอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำความตกลงสิทธิพิเศษทางการค้า (Preferential Trade Agreement – PTA) เพื่อเร่งเปิดตลาดสินค้าระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการขยายการค้า การลงทุน และความร่วมมือทาเงศรษฐกิจ โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะทำการศึกษาเงื่อนไขการค้าดังกล่าวแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนหลังจากนี้

ขณะเดียวกัน ทางอิหร่านยังมีข้อเสนอขอให้ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนรายการสินค้าที่จะนำมาลดภาษีระหว่างกันจำนวน 100 รายการเพื่อเป็นการดำเนินงานคู่ขนานกันไปในช่วงขั้นตอนของการจัดทำความตกลงสิทธิพิเศษทางการค้ายังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งรายการสินค้าในเบื้องต้นของการหารือพบว่าอิหร่านสนใจนำเข้าตลาดสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวที่ก่อนหน้านี้เคยมีการนำเข้ามากถึง 7 แสนตันต่อปี จึงต้องการกลับมานำเข้าอีกครั้งเนื่องจากความต้องการในตลาดสูง และปัจจุบันได้ส่งสาธารณสุขจากอิหร่านเข้ามาตรวจสอบคุณสมบัติข้าว สารตกค้าง รวมไปถึงการใช้ปุ๋ยต่างๆ ในการปลูกข้าวของไทยแล้ว อีกทั้งอิหร่านยังต้องการนำเข้าสินค้าศักยภาพของไทยเพิ่มเติม ได้แก่ มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม ผลไม้เมืองร้อน และยางพารา ส่วนสินค้าที่ต้องการส่งออกมาไทย ได้แก่ ถั่วพิตาชิโอ และฟิกซ์

“การหารือครั้งนี้ทางอิหร่านอยากทำสิทธิพิเศษทางการค้ากับไทยลดภาษีสินค้าลงมาระดับหนึ่ง ซึ่งไทยเองก็ต้องกลับมาศึกษาก่อนว่าการปรับลดแต่ละชนิดนั้นจะมีประโยชน์การค้ามากน้อยแค่ไหน แต่ระหว่างการศึกษานี้ที่ต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน อิหร่านขอให้ทำการแลกเปลี่ยนรายการสินค้ากันก่อนได้ไหม เช่น ข้าว ที่อิหร่านเคยนำเข้าปีละ 7 แสนตัน อยากกลับมานำเข้าข้าวไทยอีก และก็ได้ส่งสาธารณสุขมาตรวจสอบสารตกค้างกับเอกชนแล้วจำนวน 1 ราย โดยเราตั้งเป้าที่จะลงนามสินค้าล็อตแรกให้ได้ 3 แสนตัน และตั้งเป้าจะส่งออกให้ได้ในจำนวนเดิมคือ 7 แสนตันต่อปี ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ไทยก็ได้เสนอให้อิหร่านเข้ามาตรวจสอบคุณภาพข้าวของเอกชนเพิ่มเติมอีก คาดว่าจะได้คำตอบจากสาธารณสุขเร็วๆ นี้ ส่วนเรื่องของเงื่อนไขการค้าตอนนี้ยังไม่ได้เจรจาต้องรอให้ตรวจสอบคุณภาพเสร็จก่อน และเราจะทำงานไปทีละก้าว”

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

พาณิชย์ วางแผนงานปีงบประมาณ60

in Uncategorized by
กระทรวงพาณิชย์

กระทรวงพาณิชย์วางแผนงาน ปีงบประมาณ 60 ส่งผู้ตรวจราชการและที่ปรึกษา ลงพื้นที่ภูมิภาค 8 แห่ง ขับเคลื่อนนโยบาย

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ว่า พาณิชย์วางแผนงาน ปีงบประมาณ 60 โดยส่งผู้ตรวจราชการและที่ปรึกษากระทรวงพาณิชย์ ไปประจำกระทรวงพาณิชย์ในภูมิภาค 8 แห่ง เพื่อเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนนโยบายหลังคาเดียวกัน ทำให้การทำงานทั้งพาณิชย์จังหวัด กรมต่าง ๆ ในภูมิภาค สามารถประสานงานร่วมกับจังหวัด แก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร และค่าครองชีพในต่างจังหวัดได้โดยเร็ว พร้อมส่งผู้บริหารกระทรวงออกตรวจราคาสินค้าในตลาดต่าง ๆ ทั่วประเทศถี่ขึ้น เพื่อช่วยดูแลราคา และความพอเพียงของสินค้า ตามความต้องการผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังพร้อมเชื่อมโยงช่องทางตลาด กับห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก ผู้ให้บริการขนส่ง เพื่อรองรับผลผิตสินค้าเกษตรในช่วงที่ผลผลิตออกมามาก ซี่งจะช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด

 

ที่มา :  Sanook! Money

กระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนพัฒนาธุรกิจภาคบริการ

in Uncategorized by

นางอภิรดี  ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งพัฒนาการค้าภาคบริการทุกรูปแบบ ทั้งสร้างองค์ความรู้ พัฒนาประสิทธิภาพและส่งเสริมตลาด เพื่อยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่ม

กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งพัฒนาการค้าภาคบริการ (Trade in Services) ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่ทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นเป็นลำดับนอกเหนือจากการค้าสินค้าทั่วไป เพื่อยกระดับการพัฒนาธุรกิจภาคบริการและสินค้าต่อเนื่องให้มีมูลค่าสูงตามห่วงโซ่มูลค่า เป็นเครื่องจักรใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้า ที่สำคัญอาทิ ธุรกิจด้านค้าส่งค้าปลีก ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ธุรกิจท่องเที่ยว (ร้านอาหาร ภัตตาคาร และสถานที่พัก) ธุรกิจสุขภาพ (สปาและการดูแลผู้สูงอายุ) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (บริหารทรัพย์สิน ก่อสร้างและวิศวกรรม) บันเทิงและคอนเทนท์ไทย ธุรกิจสิ่งพิมพ์ และธุรกิจซอฟแวร์ โดยการสร้างองค์ความรู้ที่สำคัญด้านต่างๆ  โดยเฉพาะการบริหารจัดการและการนำเทคโนโลยีซอฟแวร์มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การเรียนผ่านสื่อออนไลน์ (e-learning) และให้คำปรึกษาผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ซึ่งในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา  สมาคมการค้าให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวรวมกว่า 1,700 ราย

จะเห็นได้ว่าในช่วงที่สินค้าของโลกอยู่ในภาวะซบเซา แต่การค้าภาคบริการกลับขยายตัวสูง สอดคล้องกับการคาดการณ์ของ IMF ที่ระบุว่าในปี 2559 มูลค่าการค้าบริการโลกจะขายตัวร้อยละ 2.5 ในปี 2558 ที่ผ่านมา การส่งออกบริการของไทยขยายสูงถึงร้อยละ 10.4 อีกทั้งภาคบริการของประเทศยังมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 60.8 ของ GDP อีกด้วย โดยบริการที่กระทรวงพาณิชย์มุ่งเน้นจะมี 3 กลุ่ม คือ กลุ่มบริการ สนับสนุน (Value Creation Service อาทิ บริการธุรกิจ วิศวกร สถาปนิค การวิจัยและพัฒนาโลจิสติกส์) เป็นบริการที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการในภาคการผลิต กลุ่มบริการที่ก่อให้เกิดรายได้ (Pure Income Generating Service อาทิ การท่องเที่ยว การนันทนาการ ก่อสร้าง สุขภาพ) เป็นบริการที่ต้องการสนับสนุนจากธุรกิจกลุ่มอื่นๆ กลุ่มบริการยุคใหม่ (Next Generation Service อาทิ Startup Digital Content) เป็นบริการที่นำเทคโนโลยีและวัฒนธรรมมาสรรค์สร้างคุณภาพและการค้าสินค้าและบริการ

ด้านการพัฒนาส่งเสริมการตลาด กระทรวงพาณิชย์ได้พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยนำผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจบริการและโลจิสติกส์เข้าร่วมงานแสดงสินค้าด้านธุรกิจบริการในต่างประเทศและนำคณะผู้แทนการค้าไปเจรจาธุรกิจ เกิดมูลค่าสั่งซื้อรวมกว่า 5,500 ล้านบาท โดยเป็นการร่วมงานแสดงสินค้ารวม 11 งาน  มีผู้ประกอบการเข้าร่วม  170 ราย เกิดมูลค่าการสั่งซื้อใน 1 ปีประมาณ 1,500 ล้านบาท อาทิ ธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจบันเทิง (เทศกาลภาพยนตร์ ) และคอนเทนท์ไทย (เกมส์ แอมมิเนชั่น)  ธุรกิจสิ่งพิมพ์  ฯลฯ และการนำคณะผู้แทนการค้าเจรจาธุรกิจ จำนวน 5 คณะ รวม 70 ราย ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจออกแบบสินค้า ธุรกิจเกมส์ กลุ่มบริหารโรงแรม กลุ่มบริการโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมการพิมพ์ ซึ่งผลจากการดำเนินงานส่งผลให้ธุรกิจบริการนอกจากจะสามารถสร้างยอดสั่งซื้อในเบื้องต้นแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ธุรกิจบริการของไทยให้เป็นที่รู้จัก เกิดเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าที่จะส่งผลต่อการสั่งซื้อในอนาคตต่อไป

 

ที่มา : http://www.thaigov.go.th/

Go to Top