source of korat insight

Tag archive

คมนาคม - page 2

บินที่โคราช เริ่มต้น เชียงใหม่ 1,200- ภูเก็ต 1,400

in Article/Lifestyle by

สายการบินนิวเจนแอร์เวย์ส ร่วมฉลองฤดูท่องเที่ยวเปิดบินใหม่ 2 เส้นทาง โคราช-เชียงใหม่,โคราช-ภูเก็ต บินตรงทุกวัน ลดเวลาเดินทาง เพิ่มเวลาความสุข

สายการบินนิวเจนแอร์เวย์ส ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลท่องเที่ยวด้วยการเปิดเส้นทางบินในประเทศใหม่พร้อมกัน 2 เส้นทาง ประกอบด้วยเส้นทางการบิน นครราชสีมา-เชียงใหม่ และ นครราชสีมา – ภูเก็ต โดยเป็นการบินตรงทุกวัน เปิดให้สำรองที่นั่งวันแรกในวันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน 2560 นี้ พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นราคาพิเศษ เส้นทางการบินโคราช-เชียงใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 1,200 บาท เส้นทางการบิน โคราช-ภูเก็ต ราคาเริ่มต้นที่ 1,400 บาท (ราคานี้รวมภาษีและค่าบริการแล้ว ไม่รวมค่ารถรับส่งสนามบิน)

ผู้ที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งผ่าน Call Center เบอร์ 02-838-8338 หรือที่เคาท์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต เวลา 09.00-18.30 น. และที่เดอะมอลล์โคราช เวลา 10.30-19.00 น.

ที่มา สายการบินนิวเจนแอร์เวย์ส

ทำไม “โคราช” ถึงน่าลงทุน?

in Lifestyle by

1. จำนวนประชากรเป็นอันดับ 1 ของภาคอีสาน

Keep Reading

เปรียบเทียบเวลาในการเดินทางไปสนามบิน

in Article/Lifestyle by

วันนี้เราเทียบเวลาจาก Google map มาให้ทุกคนดูกันว่า การเดินทางไปสนามบิน ใช้เวลาประมาณเท่าไร เพราะ 3 ธันวาคม 2560 นี้ชาวโคราชก็จะได้บินกันแล้ว

เปรียบเทียบเวลาในการเดินทางไป สนามบิน จากตัวเมืองโคราช ไปสนามบิน ใช้เวลา 43 นาที
นี่คือการเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุด และช่วงเวลาที่การจราจร ปกติไม่ติดขัด มองดูแล้วก็สมเหตุสมผลสำหรับ การเดินทางไปขึ้นเครื่อง

Keep Reading

นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประชุมหารือกับประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

in Uncategorized by

 

590530

นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคมและโฆษกกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมหารือ กับ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง “กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต ระยะเวลาในการใช้รถและเครื่องหมายแสดงการใช้รถที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวหรือการอื่นใดที่มีความจำเป็นเฉพาะกรณี พ.ศ. 2559” โดยมี ผู้แทนกรมการขนส่งทางบก เข้าร่วมประชุมหารือ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2559 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม นายดรุณ แสงฉาย กล่าวว่า ประธานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้นำคณะผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย ประชุมหารือเพื่อให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ความสะดวกในการขออนุญาตใช้รถของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย เนื่องจากผู้ประการการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต ระยะเวลาในการใช้รถและเครื่องหมายแสดงการใช้รถที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวหรือการอื่นใดที่มีความจำเป็นเฉพาะกรณี พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2559 ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถยนต์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่สามารถขออนุญาตนำรถยนต์เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในการขออนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ตาม ข้อ 16 ของประกาศฯ ฉบับดังกล่าว “ในกรณีมีเหตุผลความจำเป็นกรมการขนส่งทางบกอาจยกเว้นให้รถตามประกาศนี้ ไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใด หรืออาจอนุญาตให้รถที่มิได้กำหนดไว้ในประกาศนี้เข้ามาในราชอาณาจักรได้” โดยผู้ประกอบการจะต้องยื่นความประสงค์ต่อกรมการขนส่งทางบกล่วงหน้าเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ ซึ่งผู้ประกอบการจะจัดให้มีแผนการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างละเอียด การทำประกันภัยกรณีเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทยต้องมีผู้รับผิดชอบ การอบรมพนักงานขับรถจากกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถ จัดให้มีมัคคุเทศก์ที่มีประสบการณ์ดูแลกลุ่มนักท่องเที่ยว

ที่มา : http://www.mot.go.th/

รถไฟทางคู่เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ เตรียมอนุมัติ

in Uncategorized by
732326-01
ครม. เห็นไฟเขียวงบ 29,853 ล้านบาท สร้างรถไฟทางคู่เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ รวม 132 กิโลเมตร

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. ว่า ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 132 กิโลเมตร 19 สถานี วงเงินลงทุน 29,853 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง ตั้งแต่ปี 2559-2563 โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระโครงการ ซึ่งโครงการนี้เป็นหนึ่งในแนวทางพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ในระยะ 20 ปี คิดเป็นระยะทางทั้งหมด 2,529 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการขนส่งทางรางเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า รวมถึงได้เห็นชอบการลงนามสัญญาก่อสร้างทางระหว่างเมืองเส้นบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เพิ่มอีก 17 ช่วง จากเดิมที่ลงนามไปแล้ว 4 ช่วง ซึ่งทั้งหมดจะรวมเป็น 21 ช่วง ตามแผนงานที่ได้วางไว้งบประมาณ 23,079 ล้านบาท และอยู่ระหว่างรอเสนอขออนุมัติ ครม.อีก 4 ช่วง วงเงิน 6,000 กว่าล้าน ส่วนที่เหลืออีก 15 ช่วง จะดำเนินการต่อไป

14749731011474973132m

นอกจากนี้ ยังได้มีการอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ก่อหนี้ผูกพันสัญญากับทางรัฐบาลญี่ปุ่น ในกู้เงินจากรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะที่ 3 ในสายขบวนรถ ระบบราง ระบบอาณัติสัญญาณ จำนวนเงิน 93,950.58 ล้านบาท แบ่งเป็นกู้ในประเทศจำนวน 12,180.04 ล้านบาท และกู้จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) จำนวน 81,665.53 ล้านบาท โดยได้มอบหมายให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในสัญญาแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่น ร่างสัญญาเงินกู้ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : http://www.innnews.co.th/

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี ลำแรก ได้รับพระราชทานนาม “วิเชียรบุรี”

in Uncategorized by

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บกท.) กระทรวงคมนาคม รับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี ลำแรก ได้รับพระราชทานนาม “วิเชียรบุรี” โดยได้รับมอบจากบริษัท แอร์บัส เมืองตูลูส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บกท. กล่าวว่า บกท. ได้จัดซื้อเครื่องบิน แอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี จำนวน 12 ลำ โดยแบ่งเป็น การสั่งซื้อ 4 ลำ และเช่าซื้อ 8 ลำ เครื่องบินแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของโลก และรุ่นล่าสุดของตระกูลเครื่องบินลำตัวกว้าง มีความสะดวกสบายและทันสมัย โดย บกท. จะนำมาทำการบินในเส้นทางบินข้ามทวีปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฝูงบิน ทดแทนการปลดระวางเครื่องบินที่มีอายุการใช้งานมานาน และเพิ่มปริมาณการผลิตรองรับการเจริญเติบโตของ บกท. ตลอดจนใช้ทำการบินเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางที่มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่น

tg 350 15

เครื่องบินแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี ลำแรกของ บกท. ได้รับพระราชทานนามว่า “วิเชียรบุรี” ติดตั้งด้วยเครื่องยนต์โรลส-รอยซ์ รุ่นเทรนท์ เอ็กซ์ดับเบิลยูบี (Rolls-Royce Trent XWB) การออกแบบลำตัวและปีกทำจากวัสดุคอมโพสิตแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบา โครงสร้างปีกภายในจะถูกปรับขนาดเพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละตัวแปร ส่งผลให้ประสิทธิภาพทางการบินดีขึ้น ลดเสียงรบกวน อีกทั้งปรับปรุงกลไกสำหรับสปอยเลอร์บนปีกโดยคอมพิวเตอร์ควบคุมการบิน ซึ่งดำเนินการผ่านการคำนวณค่าของตัวแปรต่าง ๆ ที่จะถูกปรับให้เหมาะกับเงื่อนไขของแต่ละเที่ยวบินที่มีความแตกต่างกัน ทั้งสภาพอากาศ ระยะทาง น้ำหนักระวางบรรทุก สภาพของสนามบินปลายทาง

โครงสร้างของลำตัวเครื่องบิน ประกอบด้วยวัสดุโลหะน้ำหนักเบา เช่น ไททาเนียมโลหะผสมอะลูมิเนียมที่ทันสมัย เป็นต้น มีประสิทธิภาพในการรับและทนต่อแรงต่าง ๆ ขณะทำการบิน นอกจากนี้ เครื่องบินแอร์บัส เอ350 ใช้วัสดุที่แข็งแกร่งทนทาน Reinforced Plastic (CFRP) เป็นวัสดุประเภทคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ทั้งหมด ทำให้ลำตัวของเครื่องบินมีความคงทนแต่มีน้ำหนักเบา รวมทั้งการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง และการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรลส-รอยซ์ รุ่นเทรนท์ เอ็กซ์ดับเบิลยูบี (Rolls-Royce Trent XWBX) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้อย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงร้อยละ 25 ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องบินในขนาดเดียวกัน และสามารถลดต้นทุนในการบำรุงรักษาอย่างมาก

เครื่องบินแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี ตกแต่งห้องโดยสารด้วยแนวคิดแบบไทยร่วมสมัย (Thai Contemporary) และมีระบบแสงที่สามารถปรับได้ตามบรรยากาศ (Mood Lighting) ด้วยแสงแอลอีดี ที่สร้างเฉดสีได้ถึง 16.7 ล้านเฉดสี พื้นที่เหนือศีรษะถูกขยายสัดส่วนเพื่อลดความอึดอัด ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะมีขนาดใหญ่ขึ้น ขนาดของบานกระจกหน้าต่างกว้างขึ้น ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายตลอดการเดินทาง นอกจากนั้นได้ออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นในทุกระดับชั้นของการบริการ โดยพื้นที่สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจกว้างขวางนั่งสบาย และที่นั่งในชั้นประหยัดเพิ่มพื้นที่ในการวางเท้าได้มากกว่าเครื่องบินในระดับชั้นเดียวกัน โดยรองรับผู้โดยสารทั้งหมด 321 ที่นั่ง แบ่งเป็น

ที่นั่งรอยัล ซิลค์ คลาส (Royal Silk Class) ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ รอยัล ซิลค์ คลาส (Royal Silk Class) จำนวน 32 ที่นั่ง ออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกสบายแบบส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ โดยจัดวางให้มีระยะห่างระหว่างแถวที่นั่ง 41 – 46 นิ้ว แต่ละที่นั่งมีความกว้าง 21 นิ้ว สามารถปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา การเดินเข้า – ออกจากที่นั่ง สามารถทำได้อย่างเป็นอิสระในทุกที่นั่ง ทำให้ไม่รบกวนผู้โดยสารในที่นั่งติดกัน รวมทั้งทุกที่นั่งมีการติดตั้งจอโทรทัศน์ระบบสัมผัสขนาด 16 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อระบบสาระบันเทิงที่ทันสมัยเพื่อการฟังเพลง ชมภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์และเล่นเกมส์ บริการ Wi-Fi เพื่อผู้โดยสารสามารถใช้อินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์สื่อสารของตนเองและปลั๊กไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ

ที่นั่งชั้นประหยัด (Economy Class) ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด จำนวน 289 ที่นั่ง มีระยะห่างระหว่างแถวที่นั่ง 32 นิ้ว แต่ละที่นั่งมีความกว้าง 18 นิ้ว ติดตั้งจอโทรทัศน์ระบบสัมผัส ขนาด 11 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อระบบสาระบันเทิงที่ทันสมัย เพื่อการฟังเพลง ชมภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์และเล่นเกมส์ บริการ Wi-Fi เพื่อผู้โดยสารสามารถใช้อินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์สื่อสารของตนเอง และปลั๊กไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ

MOT_การบินไทยรับมอบ-A350-20160908-750x350

ทั้งนี้ บกท. จะนำเครื่องบินแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี ลำดังกล่าวไปทำการบินในเส้นทางบินไป – กลับ กรุงเทพฯ – เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2559 ปัจจุบัน บกท. มีเครื่องบินตระกูลแอร์บัสประจำการในฝูงบินที่เป็นเครื่องบินใหม่ จำนวน 23 ลำ ทำให้ บกท. มีเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง มอบความสะดวกสบายและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี โดยได้รับการยอมรับจากผู้โดยสารทั่วโลกถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการที่เป็นเลิศ ได้รับการยืนยันจากรางวัลระดับนานาชาติมาโดยตลอด ซึ่งล่าสุด บกท. ได้รับรางวัลอันดับที่ 1 ประเภทสายการบินที่มีการปรับปรุงคุณภาพการบริการดีขึ้นมากที่สุด (World’s Most Improved Airline) จาก Skytrax ประจำปี 2016 ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่าผู้โดยสารจะสามารถสัมผัสประสบการณ์การเดินทางจากผลิตภัณฑ์ใหม่อันสะดวกสบายด้วยความประทับใจตลอดการเดินทาง

ที่มา : http://www.thaigov.go.th/

อีโคโฟกัส: วิกฤติจราจรแก้ด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สมบูรณ์

in Uncategorized by

Image

เป็นที่รู้กันว่าการจราจรในกรุงเทพมหานครถือว่าหนักหนาสาหัสกันเลย จนถูกสำนักข่าวต่างประเทศจัดให้เป็นแชมป์เมืองที่รถติดที่สุดในโลก ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้น นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม จึงเป็นผู้รับมอบหมายให้ดำเนินการ

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าประเทศไทยไม่มีการพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะ การเดินทางใช้รถเมล์เป็นหลัก ซึ่งไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ได้ เนื่องจากเมืองมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความหนาแน่นในการใช้ประโยชน์ที่ดินมากขึ้น เป็นอาคารสูง ห้างสรรพสินค้าเป็นศูนย์ธุรกิจ เป็นที่อยู่อาศัย และได้แผ่กระจายออกไปรอบนอก เป็นเมืองบริวาร หรือที่เรียกกันว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑล จนปัจจุบันนี้แยกไม่ออกว่าจังหวัดที่อยู่รอบๆ กรุงเทพมหานคร อย่าง นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร นครนายก นครปฐม มีตะเข็บอยู่ตรงไหน เพราะมันติดกันจนกลายเป็นเมืองใหญ่ สามารถเรียกได้เลยว่า “เมกะซิตี้” ทำให้การใช้รถมีปริมาณมากขึ้น

ทำให้สิ่งที่ตามมาคือปัญหาการจราจรที่ติดขัด แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก หรือ ครจ. เพื่อแก้ปัญหาโดยเฉพาะ และก็ยังแก้ไขไม่ได้ เพราะการแก้ไขปัญหาไม่ได้แก้เรื่องการเดินทางของคน หรือต้องคิดที่จะออกแบบการเดินทางของคนเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพและดีที่สุด ซึ่งในทางสากลในต่างประเทศจะใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ต้องมีการออกแบบระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ใช่ออกแบบถนนเพื่อให้รถยนต์ใช้

ดังนั้นจึงเกิดแผนแม่บทการพัฒนารถไฟฟ้า แต่การดำเนินการต้องแบ่งเป็นระยะ ไม่สามารถก่อสร้างได้ทีเดียวทั้งหมด เพราะต้องใช้งบประมาณจำนวนสูงมาก แต่ต้องทำให้เกิดโครงข่ายต่อเนื่อง โดยระยะเริ่มแรกมี 10 สายทาง อาทิ สายสีน้ำเงิน ม่วง เขียว เหลือง ชมพู เป็นต้น

“งานทำระบบรถไฟฟ้าไม่สามารถที่จะทำให้เสร็จภายใน 1-2 ปี ต้องใช้เวลา 4-5 ปี และความยุ่งยากก็มีมาก ทั้งนี้เรื่องของการเวนคืน การบริหารจัดการงานจราจรที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างด้วย ยังมีปัญหาเรื่องการต่อต้านบางสายต้องปรับแบบ เปลี่ยนแนวกันใหม่ ต้องเริ่มต้นใหม่ ทำให้เสียเวลา แต่ทุกอย่างต้องพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นตามแผน” นายชัยวัฒน์กล่าว * ปัจจุบันการก่อสร้างรถไฟฟ้าคืบหน้าไปอย่างไรบ้าง

ปัจจุบันรัฐบาลชุดนี้มาผลักดันรถไฟฟ้าได้เร็วเกินคาด จากเดิมที่คิดว่ารถไฟฟ้าทั้ง 10 สายจะแล้วเสร็จในปี 2572 แต่ตอนนี้ที่ดูแล้วตามแผนงานทั้งหมดน่าจะเสร็จในปี 2566-2567  ดังนั้นทางกระทรวงมอบหมายให้ สนข.ไปเตรียมทำแผนระบบรถไฟฟ้าระยะที่ 2 ซึ่งในปี 2560 จะเริ่มดำเนินการ

สำหรับความคืบหน้าของการก่อสร้างรถไฟฟ้าระยะแรก ทั้ง 10 สายที่ได้มีการลงทุนไปแล้ว คาดว่าจะลงทุนภายในปี 59 และ 60 รวมถึงจะทยอยเปิดให้บริการทุกๆ ปี ดังนี้

140815_画像配置
เริ่มจาก สายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ ซึ่งเปิดให้บริการไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ส.ค.59 ที่ผ่านมา และในช่วงต้นปี  2560 จะเปิดเดินรถอีก 1 สถานีที่เชื่อม สถานีเตาปูน-สถานีบางซื่อสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ คาดว่าจะเปิดเดินรถได้ภายใน 2561 ซึ่งการเปิดเดินรถจะเป็นลักษณะทยอยวิ่ง กล่าวคือ สถานีไหนสร้างเสร็จก็จะเปิดเดินรถ จากนั้นในปี 2562 จะเปิดเดิน รถสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-คูคตและตามมาด้วยเปิดเดินรถ สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อท่าพระ

????? ???????????
และในปี 2563 คาดว่าจะเปิดเดินรถในหลายสาย อาทิ สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-หัวหมาก, สายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี, สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง,  สายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วงสมุทรปราการ-บางปู และช่วงคูคตลำลูกกา, ในปี 2564 จะเปิดเดินรถ สายสีน้ำเงิน ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 และปี 2565 จะเปิดเดินรถ สายสีม่วง ช่วงเตาปูนราษฎร์บูรณะ และ สายสีส้ม ตะวันตก ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมอย่างไรก็ตาม โครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 10 สาย เป็นโครงข่ายหลัก ได้แก่ โครงข่ายที่เป็นวงกลมคือสายสีน้ำเงิน โครงข่ายจากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก คือ สายสีส้ม ฝั่งทางเหนือไปฝั่งใต้ คือ สายสีเขียว จากลำลูกกา (เหนือ) ไปสมุทรปราการ (ใต้) และสายสีม่วง บางใหญ่-เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ แต่โครงข่ายเหล่านั้นยังไม่เพียงพอ ทำให้กระทรวงคมนาคมต้องจัดทำแผนแม่บทการลงทุนโครงข่ายรถไฟฟ้าระยะที่ 2 อีก 10 สาย เพื่อขยายโครงข่ายย่อยเชื่อมโครงข่ายใหญ่ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ประชาชนผู้โดยสาร ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นการลงทุนขยายโครงข่ายจากในเมืองออกสู่นอกเมือง หรือชานเมืองไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ, ทิศตะวันออกเฉียงใต้, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้* หลังจากที่โครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมดแล้วเสร็จจะสามารถแก้ไขปัญหาจราจรได้หรือไม่

การแก้ไขปัญหาจราจรนั้น ใน ระยะเร่งด่วน คือการบริหารจัดการจราจร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ การแก้ไขปัญหาจราจรในถนน 21 สายทาง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการวางมาตรการไว้แล้ว

สำหรับ มาตรฐานระยะกลาง ช่วงปี 60-61จะต้องหารือกับ หลายหน่วยงาน อาทิ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะนำรถไฟฟ้าที่จัดซื้อมาใหม่มาใช้บัสเลน โดยเน้นเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าได้

นอกจากนี้ จะมีการปรับเส้นทางรถเมล์ เกิดจากการออกใบอนุญาตออกเป็นไลเซนส์ แต่ละเส้นไม่ได้ออกเป็นโครงข่าย ทำให้เกิดความทับซ้อน ซึ่งสาเหตุที่ออกลักษณะนั้นเพราะคิดว่าต้องนั่งจากต้นทางไปปลายทาง แต่จริงไม่ใช่รถประจำทางเป็นรถที่ขึ้น-ลงตลอดเวลา พอมีการทับซ้อนกันมากๆ ก็ทำให้เกิดการสูญเสีย รถที่เอามาใช้บางเส้นทางมีรถเมล์ทับซ้อนกันถึง 20 สาย

อย่างไรก็ตาม การปรับเส้นทางรถเมล์ใหม่นั้นจะต้องต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าได้ เพื่อให้รถไฟฟ้าเป็นระบบหลักของการขนส่งการเดินทาง และยังมีแนวคิดที่จะหารือกับห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าให้เปิดบริการเร็วกว่าปกติ เปิดให้คนจอดรถที่ลานจอดรถ เช่น เซ็นทรัลเวสต์เกต บางใหญ่   เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ บิ๊กซี ซึ่งสิ่งที่ห้างจะได้ประโยชน์คือได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น ใจผมอยากทำให้เสร็จปี 60-61 แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำยาก อย่างรถเมล์ก็ซื้อยาก

ส่วนมาตรการระยะยาว หัวใจสำคัญคือเมื่อการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้วเสร็จมีโครงข่ายสมบูรณ์แล้วทำอย่างไรให้คนมาใช้ เป็นมาตรการที่ยาก และต้องชัดเจน ซึ่งนอกจากการไปลดค่าโดยสาร ค่าที่จอดรถเพื่อดึงดูดคนมาใช้แล้ว ต้องมีมาตรการเข้าไปจัดการรถส่วนตัว ซึ่งในหลายประเทศมีการนำมาตรการที่หลากหลายมาใช้ อาทิ การกำหนดวันวิ่งรถด้วยเลขทะเบียนคู่-คี่, การเก็บเงินค่าผ่านถนน ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะใช้สถานีรถไฟฟ้าจุดใหญ่ อาทิ   สถานีบางใหญ่ หรือสถานีบางไผ่ มาเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อรถ หรือฮับ โดยที่คนที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรสามารถมาใช้งานได้ แต่ติดข้อจำกัด คือ รฟม.เวนคืนที่ไว้เพื่อกิจการของ รฟม.เท่านั้น ต้องไปแก้ไขกฎหมายข้อนี้ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม.ก่อน

แต่ทั้งหมดนี้จะดำเนินการได้ ระบบขนส่งสาธารณะจะต้องมีความสมบูรณ์ ทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ มินิบัส รถไฟฟ้ากระจายไปให้บริการทุกพื้นที่ ประชาชนเดินได้ในระยะไม่เกิน 500 เมตร ก็สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ ถ้าเดินตามแผนที่วางไว้สุดท้ายภาพที่เกิดขึ้นใน กทม.จะเป็นอย่างไร

สุดท้ายผมเชื่อว่าภาพที่เกิดขึ้น กรุงเทพมหานครจะมีระบบโครงข่ายของการเดินทางด้วย ระบบขนส่งสาธารณะที่สมบูรณ์แบบในปี 2566 รถไฟฟ้า รถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ เรือ ทุกอย่างต้องสมบูรณ์ ตอนนั้นจะใช้มาตรการบริหารจัดการผู้ใช้รถส่วนตัว แต่ทุกมาตรการที่จะเอามาใช้นั้นจะต้องปฏิบัติได้จริง เช่น ถนนนี้นั่งคนเดียวห้ามผ่าน เก็บเงิน หรือคาร์พูล * โครงการรถไฟไทย-จีนเดินหน้าไปถึงไหนแล้ว

ปัญหาหลักที่พบขณะนี้คือปัญหาด้านสัญญา ยังไม่จบ โดยเฉพาะในเรื่องของแบบ ที่ต้องแกะแบบจากจีนเป็นไทย เพราะจีนเป็นคนออกแบบรายละเอียด และใช้มาตรฐานของจีน พอมาแปลเป็นไทย เราดูไม่รู้เรื่อง เพราะวัสดุทุกชิ้นในโค้ตของจีนทำให้ถ้าไทยจะสร้างก็ต้องสั่งเข้ามาทั้งหมด ซึ่งทำให้ต้องไปปรับแก้ให้เป็นไทยทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องสัญญา ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเรื่องยาก ข้อสัญญาเยอะมาก ตอนนี้รัฐบาลมีความพยายามที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นตามเป้าหมายเต็มร้อย ซึ่ง 30 ธ.ค.นี้จะเริ่มตอกเข็มแล้ว.

“แต่ทั้งหมดนี้จะดำเนินการได้ ระบบขนส่งสาธารณะจะต้องมีความสมบูรณ์ ทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ มินิบัส รถไฟฟ้ากระจายไปให้บริการทุกพื้นที่ ประชาชนเดินได้ในระยะไม่เกิน 500 เมตร ก็สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้”

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2516881

ร.ฟ.ท.ปรับปรุงใหญ่ รถไฟฟรีชั้น 3 “เบาะที่นั่ง พัดลม ห้องน้ำ” มี.ค. 60 พบโฉมใหม่

in Uncategorized by

“ร.ฟ.ท.” เตรียมปรับปรุงรถโดยสารชั้น 3 (รถไฟฟรี) ครั้งใหญ่ ยกเครื่อง เบาะที่นั่ง พัดลม ห้องน้ำ นำร่องปรับปรุงขบวนรถเร็วพ่วงรถโดยสารชั้น 3 (รถไฟฟรี) 8 ขบวน 4 เส้นทาง จากนั้นจะปรับปรุงรถไฟฟรีชานเมืองอีก 164 ขบวน คาดแล้วเสร็จ มี.ค. 60 ปรับปรุงห้องน้ำ เบาะที่นั่ง พัดลม ทำสีทั้งภายในและภายนอกขบวนรถยกระดับบริการเพื่อประชาชนและผู้มีรายได้น้อย

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ร.ฟ.ท.เตรียมดำเนินการปรับปรุงขบวนรถโดยสารชั้น 3 รถไฟฟรี ซึ่งพ่วงอยู่ในขบวนรถเร็ว 8 ขบวน ใน 4 เส้นทาง ได้แก่ ขบวนที่ 109 กรุงเทพ-เชียงใหม่, ขบวนที่ 102 เชียงใหม่-กรุงเทพ, ขบวนที่ 171 กรุงเทพ-สุไหงโก-ลก, ขบวนที่ 172 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพ, ขบวนที่ 133 กรุงเทพ-หนองคาย, ขบวนที่ 134 หนองคาย-กรุงเทพ, ขบวนที่145 กรุงเทพ-อุบลราชธานี และขบวนที่ 146 อุบลราชธานี-กรุงเทพ และขบวนรถไฟชานเมืองฟรี ที่เปิดให้บริการแก่ประชาชนวันละ 164 ขบวน ให้มีรูปโฉมทันสมัย สามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการขบวนรถไฟโดยสารโฉมใหม่ได้ในวันที่ 26 มี.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนากิจการรถไฟฯ

ทั้งนี้ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาบริการรถไฟให้มีความสะดวกสบาย รวดเร็ว สะอาด และปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเดินทางของประชาชนคนไทยของทั้งประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปรับปรุงขบวนรถโดยสารชั้น 3 รถไฟฟรีครั้งใหญ่นี้เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่ประชาชนคนไทยในโอกาสที่การรถไฟฯ จะก้าวเข้าสู่การให้บริการในปีที่ 120

สำหรับการปรับโฉมขบวนรถไฟโดยสารครั้งใหญ่นี้ ประกอบด้วย การทำสีขบวนรถโดยสารทั้งภายในและภายนอกใหม่ การปรับปรุงห้องน้ำให้มีความสะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวนระหว่างเดินทาง การปรับปรุงสภาพพื้นในตัวรถโดยสารให้มีความสะอาดแข็งแรง เบาะที่นั่งให้นั่งได้สะดวกสบาย การปรับปรุงพัดลมในรถโดยสารทุกคันและที่สำคัญจะมีการทำความสะอาด บิ๊กคลีนนิ่ง ในขบวนรถไฟโดยสารทุกคันอีกด้วย โดยการปรับโฉมรถโดยสารใหม่ครั้งนี้

“ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการพัฒนาความเป็นอยู่ของคนไทย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ถือเป็นผู้ที่ใช้บริการรถไฟจำนวนมากให้มีโอกาสได้รับบริการสาธารณะที่ดี และรถไฟที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาขบวนรถไฟฟรี มีผู้ใช้บริการจำนวนมากหลายหมื่นคนต่อวัน ได้ขาดการปรับปรุงครั้งใหญ่มานาน การรถไฟฯ จึงได้เร่งดำเนินการปรับปรุง เพื่อเป็นของขวัญแก่ประชาชน” ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.กล่าว

559000009477502

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/

กรมท่าอากาศยานแจ้งแนวทางปฏิบัติการนำโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy รุ่น Note 7 ขึ้นบนอากาศยาน

in Uncategorized by

นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม กำชับให้ท่าอากาศยานที่อยู่ในความดูแลของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) จำนวน 28 แห่ง ทราบแนวทางปฏิบัติการนำโทรศัพท์ Samsung Galaxy รุ่น Note 7 ขึ้นบนอากาศยาน

ตามที่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศ แนวทางปฏิบัติในการนำโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy รุ่น Note 7 ขึ้นบนอากาศยาน โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1. ผู้โดยสารไม่สามารถนำโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy รุ่น Note 7 เก็บไว้ในกระเป๋าสัมภาระและส่งมอบให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศเก็บไว้ใต้ท้องอากาศยาน

2. ผู้โดยสารสามารถนำโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy รุ่น Note 7 ขึ้นบนอากาศยานได้ แต่ต้องปิดเครื่องและห้ามมิให้ชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์นั้นระหว่างอยู่บนอากาศยาน

3. ให้ผู้โดยสารแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานทันที หากพบว่าโทรศัพท์ดังกล่าวเกิดชำรุด เกิดความร้อน เกิดควัน สูญหายหรือตกหล่นจากที่นั่งของตน

ทั้งนี้ นายจุฬา สุขมานพ ได้เน้นย้ำและสั่งการให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานทุกแห่งที่อยู่ในความดูแลของ ทย. กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจอาวุธและวัตถุอันตรายแจ้งแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้ผู้โดยสารทราบและประชาสัมพันธ์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และป้องกันความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของอากาศยานบุคคลและทรัพย์สินบนอากาศยาน และให้ดำเนินการปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย

ที่มา : http://www.thaigov.go.th/

Go to Top