source of korat insight

Tag archive

ร้านกาแฟโคราช

วัฒนธรรมกาแฟที่คนโคราชควรรู้

in Lifestyle by

พฤติกรรมการบริโภคกาแฟของคนไทยเพิ่มขึ้นตลอดกว่าทศวรรษมานี้ ทั้งกาแฟสำเร็จรูป กาแฟสด จนธุรกิจร้านกาแฟแข่งกันผุดเป็นดอกเห็ด ตั้งแต่ร้านสแตนด์อะโลน สารพัดตกแต่งไปจนถึงซุ้มร้านกาแฟเล็ก ๆ ร้านเชนกาแฟแบรนด์ยักษ์ ร้านกาแฟในสถานีบริการน้ำมัน และในห้างสรรพสินค้า

วัฒนธรรมสภากาแฟของไทยที่เริ่มจากคนแก่คนเฒ่าในชุมชน พัฒนามาสู่พื้นที่ของ “ร้านกาแฟ” ที่มากับการสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้กับชนชั้นกลาง
.
เส้นทางกาแฟของประเทศไทย ที่หากนับก้าวแรกมีต่างชาตินำกาแฟเข้ามาบริโภคตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์กระทั่งมีการนำเมล็ดพันธุ์ทั้งโรบัสต้า และอราบิก้า เข้ามาทดลองปลูก ผ่านยุคผ่านสมัยมาจนประเทศไทยเองก็มีเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ที่ติดอันดับโลกเช่นกัน
.
ผลผลิตเมล็ดกาแฟของโลก ปี 2016 ประมาณ 10 ล้านตัน ไทยผลิตได้ 5-6 หมื่นตัน คิดเป็น 0.55% ของโลก ขณะที่ดีมานด์สูงขึ้นจากความนิยมทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ แต่ปัจจัยเงื่อนไขในประเทศไทยเองที่ทำให้เราผลิตเมล็ดกาแฟได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคทั้งในประเทศและตลาดส่งออก

ที่มาภาพ pexels

มองรอบข้างใกล้ตัว วันนี้หลายประเทศในอาเซียน และเอเชีย มีตลาดกาแฟที่เติบโตสูงมาก ภาพรูปธรรมแบบสำเร็จรูปหน่อย คือ กาแฟสายพันธุ์แพงและคุณภาพดีที่สุดในโลกผลิตได้ปริมาณจำกัดจากประเทศปานามา Hacienda La Es-meralda กำลังจะนำมาให้ลองลิ้มชิมรสที่ร้านกาแฟในสิงคโปร์ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นประเทศแรกในอาเซียน โดยสต๊อกของเมล็ดกาแฟนำเข้านี้ ชงขายได้เพียง 80 ถ้วยเท่านั้น

พิจารณาจากเทรนด์ของธุรกิจเมล็ดกาแฟ และร้านกาแฟในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย มีอนาคตตามทิศทางของตลาดอยู่มาก ซึ่งไทยติดอันดับกลาง ๆ ของกลุ่มประเทศที่สามารถ “เข้าถึง” กาแฟในระดับน่าสนใจ คำว่า “การเข้าถึง” ที่ว่าคือ การวัดด้วยสถิติจาก “ราคาขาย” ต่อแก้ว
.
โดยเมื่อเพ่งเล็งไปที่กรุงเทพฯในฐานะแหล่งบริโภคกาแฟมากที่สุดของประเทศ สถิติจาก Coffee Price Index จบปี 2016 กรุงเทพฯอยู่อันดับที่ 26 จาก 75 เมืองต่าง ๆ ทั่วโลก นั่นคือ ราคาขายกาแฟต่อแก้วของไทยเฉลี่ยที่ 1.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อแก้ว หรือเฉลี่ย 60-62 บาท

ส่วนราคากาแฟต่อถ้วยแพงที่สุดในโลกคือ ซูริก สวิตเซอร์แลนด์ เฉลี่ยแก้วละ 3.52 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เมืองริโอเดจาเนโร ของบราซิล ราคากาแฟต่อถ้วยถูกสุดในโลก เฉลี่ย 1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบราซิลเองถือเป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟอันดับ 1 ของโลก

ที่มาภาพ pexels

สำหรับในเอเชีย เมืองฮานอย เวียดนาม มีราคาค่ากาแฟต่อถ้วยถูกสุด ตามด้วยกัวลาลัมเปอร์ และมะนิลา

สถิติจาก Coffee Price Index สำรวจใน 75 เมือง จาก 36 ประเทศ พิจารณาตั้งแต่ราคาขายให้กลุ่มชาวออฟฟิศ ราคากาแฟลาเต้ขนาดแกรนเด (16 ออนซ์) ของสตาร์บัคส์ประเทศต่าง ๆ ไปจนถึงคาปูชิโน่ ขนาดกลางจากร้านกาแฟอิสระ และต้นทุนกาแฟต่อถ้วยเมื่อชงดื่มเองที่บ้าน ทั้งหมดถูกนำมาหาค่าเฉลี่ย สำหรับประเทศไทย คาดการณ์การขยายตัวธุรกิจร้านกาแฟ ธุรกิจขายส่งกาแฟ จะเติบโตต่อเนื่อง ภาพรวมธุรกิจอยู่ที่ 15,000-17,000 ล้านบาท และน่าจะเติบโตได้อีกร้อยละ 15-20 ท่ามกลางร้านกาแฟแฟรนไชส์กว่า 100 แบรนด์
.
กระนั้นผลผลิตเมล็ดกาแฟของไทยยังไม่เพียงพอกับความต้องการในประเทศ ปัจจัยที่ต้องเจอกับสภาพอากาศแปรปรวน ไปจนถึงปัญหาสายพันธุ์ พื้นที่ปลูกที่ลดลง อุปสรรคการจัดการเทคโนโลยีการผลิตให้ดีและเหมาะสม หรือแม้แต่เมล็ดกาแฟอราบิก้าของไทยขาดอัตลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่น มีการปลอมปนเมล็ดกาแฟจากถิ่นอื่น ทำให้ไม่สามารถรักษามาตรฐาน คุณภาพ และราคาได้

ท่ามกลางสถานการณ์ความต้องการเมล็ดกาแฟสูงขึ้นในโลก และสถิติการบริโภคกาแฟที่ขยายตัวทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเอเชีย ที่ว่ามาคือการฉายให้เห็นภาพจากวัฒนธรรมกาแฟของคนดื่มสู่สถานการณ์กาแฟในฐานะพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของไทย ที่ยังมีสถานการณ์ลุ่ม ๆ ดอน ๆ


ที่มาคอลัมน์ สามัญสำนึก

Class Cafe แบรนด์กาแฟที่ “เกิด” จาก “สื่อออนไลน์”

in Lifestyle by

หลายคนอ่านชื่อบทความแล้วอาจสงสัยว่า Class café คือแบรนด์อะไร ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อ เพิ่งเปิดใหม่หรือ ? แต่ถ้าถามคนภาคอีสาน โดยเฉพาะชาวโคราช เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นแบรนด์กาแฟที่เปิดมาแล้ว 4 ปี ปัจจุบันมีถึง 8 สาขา และทำตลาดในภาคอีสานโดยเฉพาะ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกความสำเร็จจาก คุณมารุต ชุ่มขุนทด CEO & Founder ของ Class café อดีตนักการตลาดจากองค์กรยักษ์ใหญ่ ที่ตัดสินใจทิ้งความมั่นคงในชีวิต ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านกาแฟ เขามีมุมมองการทำธุรกิจอย่างไร และมีเทคนิคการทำการตลาดเพื่อเอาชนะกาแฟแบรนด์ใหญ่ๆ อย่างไร ทราบว่าเขาทำการตลาดแนวใหม่ สร้างสรรค์รสชาติกาแฟตามคาแรคเตอร์ตัวละครในซีรีย์ฟอร์มยักษ์เสียด้วย บทความนี้จะมาเปิดเผยให้ทราบกัน

Highlight

สิ่งที่ต้องระวังคือ ตลาดภาคอีสานมีลักษณะเฉพาะ อะไรที่เข้าตลาดมาใหม่ๆ คนพื้นที่จะทดลองทันที ยอดขายเดือนแรกๆ จึงพุ่งขึ้นสูง แต่พอถึงจุดหนึ่ง ถ้าคุณไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้เขาลองอีกแล้ว ยอดขายจะตกฮวบทันที โดยที่คุณไม่ทันตั้งตัวเลย จึงเป็นจุดท้าทายแบรนด์ว่า จะทำอย่างไรให้เขาไม่เบื่อ

ทฤษฎีการเกิดของแบรนด์ในยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องเกิดเฉพาะในเมืองหลวง ไม่ต้องสื่อขนาดใหญ่ ใช้แค่สื่อทางเลือก เผยแพร่ในกลุ่มจำกัดก็สร้างแบรนด์ได้ ตอนนี้เขานิยมใช้คำว่า Branding 4.0 กัน นี่แหละ คือสิ่งที่ผมทำเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ถ้าเกิดปัญหา ผมเป็นคนตอบคำถามลูกค้าเอง เราต้องถอดหมวกความเป็นเจ้าของร้านออก ห้ามมีอีโก้เด็ดขาด เขาตำหนิ เราก็ต้องขอโทษ วันรุ่งขึ้นเราปรับปรุงทันที พอเขาเห็นว่าคำพูดตัวเองมีความหมายเขาก็รู้สึกดีที่มีส่วนร่วมในการสร้างแบรนด์ด้วย

ที่มาภาพ http://amarinacademy.com/

เมื่อ “นักการตลาด” จากองค์กรยักษ์ใหญ่ ผันตัวมาเปิดร้านกาแฟ

ก่อนหน้านี้ผมทำงานในสายการตลาด อยู่ในบริษัทใหญ่ๆ มาตลอด เราประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังไม่มาก จึงกลับมาทบทวนตัวเองว่า ถ้าไปต่อ ความกดดันต้องมากแน่ๆ อย่างนั้นมาเปิดธุรกิจเองดีไหม เราเคยช่วยแม่ขายของมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ได้ติดภาพว่าต้องเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเปิด Class Cafe สาขาแรกที่ตัวเมืองโคราช เช่าตึกแถวแค่ 2 ห้อง ตอนนั้นผมไม่ได้คิดจะเปิดแค่ร้านเล็กๆ แต่ตั้งใจวางโครงสร้างให้ดีเพื่อสร้างแบรนด์เลย เพียงแต่เราเริ่มจากร้านเล็กๆ ก่อน ผมตีโจทย์ใหม่ว่า กาแฟไม่จำเป็นต้อง Slow life แต่เป็นเครื่องดื่มให้พลังงาน ให้ความสดชื่นและเร่งด่วนได้ จึงวางตัวเองว่าเป็นเครื่องดื่มแบบ Daily คือดื่มได้ทุกวัน ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายจึงต้องเป็นคนในพื้นที่ ไม่ใช่นักท่องเที่ยว และเมื่อต้องดื่มทุกวัน ราคาต้องไม่สูง ถ้าขายอาหาร ต้องกินง่ายๆ อย่างแซนวิช ครัวซ็อง ขนมปัง ทำเลต้องเข้าถึงง่ายมาก มีที่จอดรถ ลงมาซื้อปุ๊บไปได้เลย ฉะนั้นทุกสาขาต้องอยู่ริมถนน ถัดมาก็วางการตกแต่งร้านว่า อยากถ่ายทอดวัฒนธรรมโคราชให้ดูเท่ มองไปถึงแบรนด์ใหญ่ๆ ที่นำผ้าขาวม้ามาออกแบบให้ดูมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เราเลือกใช้สีเทาเข้มเป็นสีหลัก แสดงถึงความมุ่งมั่น จริงจังในการทำงาน ส่วนการบริการ เรานำกลิ่นอายของการบริการแบบญี่ปุ่นมาใช้ เวลาลูกค้าเปิดประตูเข้ามาจะได้ยินเสียงสวัสดี ทักทายก่อน ถ้าพนักงานทำของตก ก็บอกขอโทษ เสียงดังฟังชัด

โคราชมีทั้ง “โอกาส” และ “อุปสรรค”

สาเหตุที่เลือกโคราช เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดของผม และผมเห็นว่าตลาดมีศักยภาพ คนมีกำลังซื้อ การแข่งขันน้อยกว่ากรุงเทพฯ มาก กรุงเทพฯ เป็นเหมือนทะเลกว้างๆ โยนอะไรไปหายหมด แต่ที่นี่เราควบคุมได้ ขณะเดียวกันค่าเช่าที่ก็ถูกกว่าค่อนข้างมาก แต่อุปสรรคก็มีเช่นกัน โดยสิ่งที่ต้องระวังคือ ตลาดภาคอีสานมีลักษณะเฉพาะ อะไรที่เข้าตลาดมาใหม่ๆ คนพื้นที่จะทดลองทันที ยอดขายเดือนแรกๆ จึงพุ่งขึ้นสูง แต่พอถึงจุดหนึ่ง ถ้าคุณไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้เขาลองอีกแล้ว ยอดขายจะตกฮวบทันที โดยที่คุณไม่ทันตั้งตัวเลย จึงเป็นจุดท้าทายแบรนด์ว่า จะทำอย่างไรให้เขาไม่เบื่อ ฉะนั้น 4 ปีที่ผ่านมาเราจึงพยายามทำการตลาดใหม่ๆ ตลอด มีโปรโมชั่นทุกเดือน ไม่เคยเว้นเลย

ที่มาภาพ http://amarinacademy.com/

สร้าง “วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ”

แบบใหม่ให้ชาวโคราช เราเป็นแบรนด์เล็กๆ จะไปแข่งกับแบรนด์ใหญ่ๆ ก็ยากมาก ฉะนั้นเราต้องทำตัวเองให้แตกต่าง จึงคิดว่าอยากจะสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ให้ชาวโคราช ผมคิดไปถึงบรรยากาศที่นิวยอร์ก คนซื้อกาแฟแล้วถือเดินเข้าออฟฟิศเท่ๆ อยากเห็นบรรยากาศแบบนั้น เลยเปลี่ยนเวลาการเปิดร้านใหม่ จากเดิมเราเปิด 9 โมง ก็เปลี่ยนเป็นเปิด 7 โมงเช้า สร้าง Demand ใหม่ โดยการทำโปรโมชั่น ซื้อกาแฟช่วงเช้าลด 25% วิธีนี้ประสบความสำเร็จมาก โดยพบว่ายอดขายช่วงเช้าคิดเป็น 50% ของยอดขายทั้งวัน กลายเป็นตลาดใหม่ที่เราสร้างขึ้นมาได้ แต่สิ่งที่ท้าทายคือ เราจะทำอย่างไรให้เขายอมจ่ายเงินซื้อกาแฟเราทุกวัน รสชาติไม่ต้องพูดถึง เป็นมาตรฐานที่เราต้องทำให้ได้อยู่แล้ว ส่วนการตั้งราคาหลักร้อยถือว่ายากมาก เราจึงต้องบีบราคาลงเหลือประมาณ 70 บาท ราคานี้ก็ถือว่าสูงแล้วนะ ถ้าแบรนด์ใหญ่ๆ ลดราคา หรือทำโปรซื้อ 1 แถม 1 เราก็แข่งยากเลย ฉะนั้นจึงต้องหันมาที่การสร้างแบรนด์ ผมพยายามทำให้เขาเข้ามาใช้ชีวิตกับเรามากขึ้น เราจึงต้องมีพื้นที่กว้าง และอำนวยความสะดวกทุกอย่าง มีปลั๊ก มี Wi-fi ทุกเครือข่าย มีอาหาร เข้ามานั่ง 3-4 ชั่วโมง ซื้อกาแฟแก้วเดียวก็ไม่ว่า นักศึกษามานั่งติวหนังสือ Start-up มาประชุมงาน ฟรีแลนซ์มานั่งทำงาน บางคนยก PC มา เอาเครื่องปริ้นท์มาเองด้วย (หัวเราะ) เราก็ โอเค ตามสบายเลย ค่าไฟไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมบริหารจัดการเอง พอเราใจดี อำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทำตัวเป็นเพื่อนเขา เขาก็รู้สึกดีกับแบรนด์ไปด้วย แบรนด์เราจึงขยายได้เรื่อยๆ ตอนนี้พอมีข่าวว่าเราจะไปเปิดที่ไหน คนพื้นที่นั้นก็จะรอเลย เมื่อไรจะมา รออยู่นะ อยากมีที่นั่งทำงาน นี่ก็เป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่เราสร้างขึ้น จากเดิมที่เห็นแค่ในกรุงเทพฯ ที่คนเอาโน้ตบุ๊คไปนั่งทำงานร้านกาแฟ ตอนนี้ก็เริ่มเห็นในพื้นที่ต่างจังหวัดแล้ว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราทำกันหนักมากในเรื่องการสร้างแบรนด์คือ การสื่อสาร

เมื่องบการตลาดจำกัด เลยต้องใช้ “Social Media”

เมื่อก่อนเราทำการตลาดให้บริษัทใหญ่ๆ มีงบหลักล้าน พอมาทำเองเหลือหลักร้อย (หัวเราะ) ฉะนั้นช่องทางการตลาดจึงจำกัดมาก มีเงินเท่านี้จะไปขึ้นป้ายโฆษณาใหญ่ๆ ก็สู้โครงการบ้านจัดสรรไม่ได้อยู่แล้ว หรือจะให้ซื้อโฆษณาก็สู้ไม่ไหว ฉะนั้นทางเลือกเดียวที่เรามีคือ Social Media เมื่อทำการตลาดช่องทางนี้ โจทย์ของเราจึงไม่ใช่แค่คิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แล้ว แต่ต้องคิดด้วยว่าจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างไร เป็นการบ้านหลักของทีมเลย ต้องคิดประเด็นตลอดเวลา จะทำอะไร พูดเรื่องอะไร สื่อสารอย่างไร มีอะไรใหม่ๆ นำเสนอลูกค้าไหม เมื่อเราใช้ Social Media เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ ฉะนั้นเราจะแผ่วไม่ได้เลย ตอนผมทำงานบริษัท รับทำการตลาดให้บริษัทใหญ่ๆ สัญญาแค่ 6 เดือน 1 ปี ก็จบงาน แต่พอทำแบรนด์ตัวเอง มันไม่มีวันจบ ทำมา 4 ปีแล้ว ก็ยังต้องหาเรื่องมาพูดให้ได้ทุกวันและไม่ซ้ำกัน จึงเป็นงานที่ยากและท้าทายมากๆ และเมื่องบมีจำกัด เราจึงต้องจำกัดพื้นที่การโฆษณาไม่ให้เงินกระเด็นไปที่อื่นๆ เลย โฟกัสแค่กลุ่มเป้าหมายของเราเท่านั้น ฉะนั้น 3-4 ปีที่เราทำการตลาด คนในกรุงเทพฯ หรือภาคอื่นๆ แทบจะไม่ได้ยินเรื่อง Class café เลย แต่ก็ถือว่าเรามาถูกทาง เพราะวิธีนี้เป็นทฤษฎีการเกิดของแบรนด์ในยุคใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องเกิดเฉพาะในเมืองหลวง ไม่ต้องสื่อขนาดใหญ่ในการผลักดัน ใช้แค่สื่อทางเลือก เผยแพร่ในกลุ่มจำกัด ก็สร้างแบรนด์ได้ ตอนนี้เขานิยมใช้คำว่า Branding 4.0 กัน นี่แหละ คือสิ่งที่ผมทำเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

สื่อสารทุกเรื่อง เพื่อสร้าง “ความผูกพัน” กับลูกค้า

เราสื่อสารทุกอย่างโดยไม่ปิดบังใดๆ เลย ทำร้านใหม่ ห้องน้ำเสีย กระดาษทิชชูหมด สัปดาห์นี้เราคั่วกาแฟตัวใหม่ รออีก 7 วัน มาลองได้เลยนะ หรือบาริสต้าคนนี้ทำอะไรใหม่ๆ เราให้เครดิตทั้งหมด การทำอย่างนี้ในต่างจังหวัดถือว่าประสบความสำเร็จ คนพื้นที่ตอบรับการสื่อสารแบบนี้ดีมากๆ เขาเห็นการเคลื่อนไหว การเติบโตของเราตลอด แล้วเขาก็เป็น feedback ที่ดีให้เราด้วย ถ้าเราทำอะไรพลาด ชงกาแฟเพี้ยน บริการไม่ดี เขาไม่บ่นแค่หน้าร้านแล้ว มาทาง inbox facebook เลย แล้วผมเป็นคนตอบคำถามลูกค้าเอง ก็ต้องถอดหมวกความเป็นเจ้าของร้านออก ห้ามมีอีโก้เด็ดขาด เขาตำหนิ เราก็ต้องขอโทษ วันรุ่งขึ้นเราปรับปรุงทันที พอเขาเห็นว่าคำพูดตัวเองมีความหมาย ทีนี้สนุกกันใหญ่เลย (หัวเราะ) ลูกค้าก็รู้สึกดีที่มีส่วนร่วมในการสร้างแบรนด์ด้วย หลังๆ มาร้านเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะคนโคราชเป็นคนบอกต่อ พูดแทนเราเอง พนักงานบางคนที่เข้ามาทำงานที่นี่ 6 เดือน 1 ปี ยังรู้เรื่อง Class ลึกไม่เท่าลูกค้าบางคนที่ดื่มกาแฟเรามา 3-4 ปีเลย นี่แหละคือความแตกต่างเรื่องแบรนด์เราสร้างขึ้นมาได้ ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ก็มีแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งเกิดขึ้นมาตลอด สร้างเฟซบุ๊ก ทำเพจ คิดเนื้อหา เหมือนเราเลย แต่เขาจะขยันทำแค่ประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นก็หยุดอัพเดต เป็นแบบนี้แทบทั้งหมดเลย แล้วแบรนด์เหล่านั้นก็ค่อยๆ ตายในที่สุด คิดง่ายๆ แบรนด์เราเกิดจาก Social media ถ้าเราหยุดนำเสนอเรื่องราวใหม่ๆ เมื่อไร ก็รอวันเจ๊งได้เลย

ที่มาภาพ http://amarinacademy.com/

การตลาดรูปแบบใหม่ สร้างสรรค์กาแฟตาม “คาแรคเตอร์ตัวละคร”

อย่างที่บอกว่าการคิดประเด็นใหม่ๆ มานำเสนอตลอดเวลาบางครั้งเรารู้สึกว่ามันซ้ำ เลยกลับมาคิดว่าอย่างนั้นเราควรลองทำอะไรใหม่ๆ รับอีเว้นท์ดูไหม ประกอบกับเราได้รับเกียรติจากซีรีย์เรื่อง ศรีอโยธยา ที่กำกับโดยหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือหม่อมน้อย ติดต่อมาให้ร่วมคิดสูตรกาแฟประกอบซีรีย์พอดี ผมคิดว่ามันท้าทายมาก ไม่เคยมีแบรนด์กาแฟไหนทำมาก่อน จึงตัดสินใจทำงานนี้ ฟังตอนแรกผมก็ตกใจเหมือนกันว่าจะมาทำอะไร เสิร์ฟกาแฟในเรื่องอย่างไร แต่พอได้คุยกับทีมงาน ได้ศึกษารายละเอียดจึงรู้ว่ามันมีจุดร่วมอยู่ว่า กาแฟเริ่มเข้ามาในกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สอดคล้องกับยุคสมัยในซีรีย์ ผู้ที่ดื่มคือชาวต่างชาติ เราจึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวของกรุงศรีอยุธยาในยุคนั้น ซึ่งถือเป็นยุคที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดออกมา จึงทำกาแฟสูตรพิเศษขึ้นมาชื่อว่า ศรีอโยธยา พรีเมี่ยม รอยัลเบลนด์ นอกจากนี้เรายังได้รับโจทย์ให้สร้างสรรค์กาแฟตามคาแรคเตอร์ เป็น Signature drink ของตัวละครในเรื่องด้วย โดยใช้สูตรหลักคือ ศรีอโยธยา พรีเมี่ยม รอยัลเบลนด์ แล้วเสริมรสชาติอื่นๆ เข้าไป อย่างบทพระพิมานสถานมงคล แสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม เป็นนักประพันธ์เพลง นักรัก และนักดาบ เรานึกถึงเสียงเพลงอันไพเราะ จึงใช้น้ำผึ้งเป็นส่วนผสม ส่วนนักดาบเรานึกถึงก้านอบเชย กลายเป็นรสชาติ The nobal บทบุษบาบรรณ์ แสดงโดย แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ เป็นข้าหลวงในสมเด็จพระพันวัสสาน้อย เรานึกถึงดอกบัว นึกถึงกลิ่นหอม จึงเพิ่มกลิ่นดอกบัวแล้วใช้เทียนอบเพื่อเพิ่มความหอม พอชิมแล้วก็รู้สึกว่ารสชาติดี ไม่คิดว่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวได้ โดยตอนนี้มีทั้งหมด 8 รสชาติ แต่ก็จะมีใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้องคอยติดตาม นอกจากนำมาประกอบซีรีย์แล้ว ยังจำหน่ายที่ Class ด้วย แต่เวลาจำกัด คือเฉพาะช่วงที่ซีรีย์ฉายเท่านั้น

ผมคิดว่าแบรนด์ก็เหมือนคนๆ หนึ่ง เวลาเราจะรักใครสักคน ก็เพราะคนนั้นทำสิ่งดีๆ ฉะนั้นเราก็ต้องทำดีตั้งแต่แรก และทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จริงใจกับเขา ซื่อสัตย์ แล้วลูกค้าก็จะรักในแบรนด์เราเอง

“ขยายสาขาทุก 6 เดือน เป้า 50 ล้านต่อปี อีก 3 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์”

ตอนนี้เรามีทั้งหมด 9 สาขา อยู่ในโคราช 8 สาขา อีก 1 สาขาอยู่ที่บุรีรัมย์ โดยเร็วๆ นี้กำลังจะเปิดที่ขอนแก่น เราตั้งเป้าว่าต้องขยายสาขาทุก 6 เดือนให้ได้ ฉะนั้นถ้าเปิดสาขาใหม่ เราต้องทำให้คืนทุกภายใน 6 เดือน เพื่อจะได้เอาเงินที่ได้ไปขยายสาขาเพิ่ม ดังนั้นเงินที่ได้มาจะเอาไปเสวยสุขไม่ได้ (หัวเราะ) ต้องเอามาลงทุนใหม่ เทคนิคการขยายสาขาคือ ดึงลูกค้ากลุ่มเดิมให้ออกไปใช้บริการสาขาอื่น อย่างสาขาแรก ผมเห็นว่าลูกค้าในสาขาเยอะจนไปต่อไม่ได้แล้ว ผมก็สังเกตว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มไหน กลุ่มหมอใช่ไหม อย่างนั้นสาขา 2 เราเปิดข้างโรงพยาบาลเลย หมอก็จะไปใช้บริการที่สาขานั้น สาขาแรกก็เบาลง พอคนในสาขาไหนเริ่มเยอะอีก ก็ทำอย่างนี้อีก ทำไปเรื่อยๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตและเดินไปข้างหน้าได้ ตอนนี้ผมตั้งเป้าว่ายอดขายต้องได้ 50 ล้านต่อปี เพราะอีก 3 ปีเราวางแผนว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ ตลอด 4 ปี เราโตด้วยตัวเองตลอด แล้วผมคิดว่าโมเดลที่เราวางมันใช่ เป็นโมเดลที่ดี แต่เช่นเดียวกัน ก็ต้องมีเงินทุน เพื่อจะได้ขยายให้เร็วขึ้น โดยเราโตสวนทางกับคนอื่น คนส่วนใหญ่คิดว่าถ้าโตต้องเข้ากรุงเทพฯ แน่นอน แต่เราขอขยายออกต่างจังหวัด เพราะแบรนด์ของเราต้องอาศัยความใกล้ชิด แต่พฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ คือสะดวกที่ไหน ซื้อที่นั่น ถ้าเราจะโตในกรุงเทพฯ ก็ทำได้ แต่คงต้องมีเป็นร้อยสาขาให้เขาเลือกใช้บริการ (หัวเราะ) ฉะนั้นตอนนี้เราโตในต่างจังหวัดดีกว่า

ไม่ต้องรวยก็ “ช่วยเหลือสังคม” ได้

ส่วนใหญ่คนมักจะคิดว่ารอให้มีเงินก่อน เดี๋ยวค่อยแบ่งปันให้สังคม แต่ผมกลับคิดว่าเราต้องเติบโตไปพร้อมๆ กับสังคม ผมเริ่มทำกิจกรรม CSR ตั้งแต่ปีแรกๆ เลย เช่น กิจกรรม Car free day ใครปั่นจักรยานมารับกาแฟฟรีไปเลย ตอนนั้นเราเพิ่งขายกาแฟได้วันละ 40 แก้ว แต่วันที่จัดกิจกรรมมีคนปั่นจักรยานมารับกาแฟ 300 ร้อยแก้ว เข้าคิวกันเต็มถนน ผมไม่สนว่าต้องจ่ายเท่าไร ได้เงินกลับมาเท่าไร สนแค่ว่าเราได้เข้าร่วมกิจกรรม ได้พรีเซ้นท์กาแฟ เราสนุก น้องๆ สนุก บาริสต้าก็เก่งขึ้น แค่นั้นก็พอแล้ว หลังจากนั้นก็จัดกิจกรรมลักษณะนี้เรื่อยๆ เข้าไปแจกกาแฟในโรงพยาบาล ช่วยรณรงค์เรื่องโรคอัลไซเมอร์ สงกรานต์ช่วงเย็นก็ปิดร้าน ยกทีมนำกาแฟไปแจกหมอที่ต้องอยู่เวร แจกอปพร. ตามเต้นท์ที่คอยอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร คนพื้นที่ก็ตอบรับดีมาก เพราะเขาเห็นถึงความจริงใจของเรา ผมคิดว่าแบรนด์ก็เหมือนคนๆ หนึ่ง เวลาเราจะรักใครสักคน ก็เพราะคนนั้นทำสิ่งดีๆ ฉะนั้นเราก็ต้องทำดีตั้งแต่แรก และทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จริงใจกับเขา ซื่อสัตย์ แล้วลูกค้าก็จะรักในแบรนด์เราเอง กลับกันถ้าเราเอาแต่ได้อย่างเดียว ไม่เคยแบ่งปันเลย คนก็จะต่อต้าน ถ้าเราทำดีมาตลอด เกิดวันหนึ่งมีเรื่องที่เราทำผิดพลาด ลูกค้าที่รักในแบรนด์เรานี่แหละจะเป็นคนช่วยตอบคำถามแทนเราเอง บางครั้งการที่เราตอบคำถามเอง อาจมองเป็นคำแก้ตัว แต่ถ้าลูกค้าตอบให้ น้ำหนักต่างกันมากนะ

นิยามความสำเร็จไม่ใช่ยอดขาย แต่คือ “จำนวนคนที่นั่งในร้าน”

ความสำเร็จของ Class ไม่ได้วัดว่า วันนี้ขายกาแฟได้เท่าไร รายได้กี่บาท กำไรเท่าไร แต่ผมจะมีความสุขมาก ถ้าเห็นคนนั่งเต็มร้าน สั่งกาแฟแก้วเดียวก็ได้ นั่งยาวๆ ไปเลย อย่างที่บอกว่าผมอยากให้คนมาใช้ชีวิตกับเรา เติบโตไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่จ่ายตังแล้วก็ไป การที่เขาเข้ามานั่งอยู่กับเรานานขนาดนี้ แสดงว่าเราต้องเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในระดับหนึ่งแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมอยากสร้างจริงๆ ถามว่ายากไหม ยากมากๆ แต่เราก็เลือกที่จะเติบโตไปในทางนี้

ที่มาภาพ http://amarinacademy.com/

ที่มา http://amarinacademy.com/1430/interview-review/class-cafe/

“กลางเดิ่นเรือนโคราช” ตอน….ชวนหมู่มาเดิ๋นเหล่น

in News & Event by
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ขอเชิญร่วมงาน !!!!
” กลางเดิ่นเรือนโคราช ” ตอน….ชวนหมู่มาเดิ๋นเหล่น

Keep Reading

เทศกาลเที่ยวพิมาย

in Article/Lifestyle/News & Event by

“เทศกาลเที่ยวพิมาย นครราชสีมา ประจำปี 2560”

จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับกรมศิลปากร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอพิมาย เทศบาลตำบลพิมาย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอพิมาย

กำหนดจัดงาน “เทศกาลเที่ยวพิมาย นครราชสีมา ประจำปี 2560” วันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2560 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ลำน้ำจักราชและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานนครราชสีมา เผยว่า เมืองพิมายเป็นเมืองที่มีอารยธรรมสืบสานต่อกันมาอย่างยาวนาน ชุมชนเมืองพิมายในอดีตกาลนั้น ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และรุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จะเห็นได้จากหลักฐานสำคัญอันยิ่งใหญ่และงดงามเป็นที่สุด นั่นคือ “ปราสาทหินพิมาย” เพื่อเป็นการสมโภชเมืองในวาระที่เมืองพิมายมีอายุยาวนานนับพันปี จังหวัดนครราชสีมาได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงานเทศกาลเที่ยวพิมาย นครราชสีมา ประจำปี 2560 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อประกาศให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ร่วมรับรู้และร่วมยินดีกับวาระดังกล่าว

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

– การแสดงประกอบแสง-เสียง สื่อผสม พิมายะปุระ เดอะมิวสิคัล ตอน “ปาจิต-อรพิม” ในวันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2560 เริ่มเวลาประมาณ 19.00 น. เป็นต้นไป ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

– การแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ ณ สนามแข่งขันเรือพิมาย ที่ตรงและสวยสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 11-12 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08.00-17.00 น. ร่วมชมและเชียร์การแข่งขันเรือยาวฯ ที่แสนสนุก ทีมเรือชื่อดังจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน

– นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นิทรรศการประวัติศาสตร์เมืองพิมาย ตลาดย้อนยุคโบราณจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน การประกวดทำอาหารพื้นบ้าน เช่น ผัดหมี่ ส้มตำ ขนมไทย การประกวดกองเชียร์ การประกวดแมวโคราช (แมวไทย) ชนะเลิศถ้วยพระราชทาน เป็นกิจกรรมการประกวดแมวโคราช โดยเน้นที่ “แมวสีสวาด” หรือแมวมาเลศตามตำราแมวโบราณ แมวสีสวาดเป็นแมวดั้งเดิม และเป็นเอกลักษณ์ของชาวอำเภอพิมาย

รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน และผลผลิตทางการเกษตร สินค้า OTOP การแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียงและกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

สอบถามข้อมูลได้ที่ที่ว่าการอำเภอพิมาย
โทรศัพท์ 0 4447 1617
เทศบาลตำบลพิมาย โทรศัพท์ 0 4447 1121 อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย โทรศัพท์ 0 4447 1568

** สุดพิเศษ ททท. นครราชสีมา ขอเชิญทุกท่านชิม ชม และเรียนรู้ กับวิถีชีวิตชุมชน ณ แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

** ขอเชิญชมแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท อำเภอโนนสูง (ก่อนที่จะเข้าชมเทศกาลเที่ยวพิมาย) กิจกรรมที่จัดขึ้นสำหรับทุกกลุ่มนักท่องเที่ยว หมู่คณะ หรือครอบครัว เรียนรู้ขั้นตอนการทำอาหารขึ้นชื่อของโคราช คือ ผัดหมี่โคราชที่มีเส้นเหนียวนุ่มและหอมกรุ่น ส้มตำสูตรพิเศษจากแม่ครัวบ้านปราสาท กิจกรรม D.I.Y. สานหมวกและทำพวงกุญแจ ณ แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท โดยนักเรียนจากโรงเรียนบ้านธารปราสาท

เปิดให้เข้าชมฟรี! ตั้งแต่วันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00-16.30 น.

ข้อมูลได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
สำนักงานนครราชสีมา โทรศัพท์ 0 4421 3030, 04421 3666

เว็บไซต์ www.tourismthailand.org/nakhonratchasima อีเมล [email protected] BACK

ข้อมูลและภาพจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เที่ยวโคราช ดินแดนที่ราบสูง ประตูสู่ภาคอีสาน

in Lifestyle/News & Event/Review by

เที่ยวโคราช ดินแดนที่ราบสูง ประตูสู่ภาคอีสาน

“โคราช” เป็นเมืองใหญ่บนดินแดนที่ราบสูง ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบ ผู้มาเยือนจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติที่งดงาม จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดก โลก สนุกสนานไปกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย ได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมขอมโบราณ เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้ความรู้ด้านการเกษตรจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งยังได้อิ่มอร่อยกับอาหารอีสานต้นตำรับ และเลือกซื้อหาสินค้าเกษตรและหัตถกรรมพื้นบ้าน ในดินแดนที่เปรียบเสมือนเป็นประตูสู่ภาคอีสานแห่งนี้ ที่เที่ยวที่คุณต้องไป เมื่อมาเยือนโคราช

สวนสัตว์นครราชสีมา

วัดศาลาลอย

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เขื่อนลำตะคอง

วัดเขาจันทน์งาม

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

ปราสาทหินพนมวัน

วังน้ำเขียว

เขาแผงม้า

หาดจอมทอง

ศาลหลักเมือง ศาลเจ้าพ่อช้างเผือก

หมู่บ้านทำเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน

พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน และทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Keep Reading

8 Bistro จะนั่งชิวธรรมดา หรือปาร์ตี้แฮงค์เอ้าท์ก็จัดมา

in Uncategorized by

8 Bistro 

จะนั่งชิวธรรมดา หรือปาร์ตี้แฮงค์เอ้าท์ก็จัดมา

8

ร้านอาหารสไตล์บิสโทรและสถานที่แฮงค์เอ้าท์ยอดฮิตของเมืองโคราช เป็นร้านในเครือของ Hansa Restaurant  ที่รวมเอาอาหาร กาแฟ และเครื่องดื่มทั้ง Alcohol และ Non Algohol มาไว้ในร้านเดียวอย่างครบครัน แถมร้านยังน่านั่ง บรรยากาศดี สามารถมาได้ทั้งช่วงเย็นและกลางคืน ร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น.

8

8b-13-of-57

8b-21-of-57

8

การเดินทางมาร้าน ก็มาง่ายๆ ร้านตั้งอยู่หน้าโครงการ Even 9 Condo  ตรอกเสาธง ถ.มุขมนตรี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ถ้ามาเส้นถนนมิตรภาพ ผ่านเดอะมอลล์ พอถึงสี่แยกไฟแดงปั๊ม PTT เลี้ยวขวาเข้ามาซอยข้างธนาคาร UOB เลยทางเข้าตลาดย่าโมมา ร้านจะอยู่ขวามือ ถ้ามาจากเส้นมุขมนตรี เลี้ยวซอยข้างโรงเรียนมารีย์ ใกล้ตลาดหัวรถไฟ ส่วนที่จอดรถค่อนข้างสะดวก จะเข้ามาจอดในที่จอดรถของทางคอนโดก็ได้หรือถ้าเต็มก็สามารถไปจอดได้ที่ลานจอดรถหลังตลาดหัวรถไฟ มีบริการรถกอล์ฟของทางร้านไปรับส่ง

8

ส่วนบรรยากาศของร้านก็ดี ชวนหลงใหลไม่เบาโดยเฉพาะเวลากลางคืน วันนี้แอดมาในช่วงเย็นอาจจะไม่เห็นภาพบรรยากาศยามค่ำคืน แต่ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กันนะ ได้อารมณ์ไปอีกแบบ ตัวร้านเป็นปูนเปลือย 2 ชั้น ขนาดไม่ใหญ่มาก ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ เน้นความดิบ และพื้นผิวจริงของวัสดุที่ใช้ สังเกตได้จากพื้นปูนและอิฐแดงบนผนังของร้าน ด้วยความที่ร้านติดกระจกรอบด้านทำให้ ช่วงเย็นรู้สึก โปร่งโล่ง สบาย ไม่รู้สึกร้อน

8

8b-1-of-57

8

มีโซนนั่ง 2 ชั้น ชั้นล่างมีทั้งแบบIndoor และ Outdoor ส่วนชั้นบนตอนกลางคืนจะมีดนตรีสดเล่นด้วย

8

8

8

8

เรื่องอาหารที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลายเมนู ทั้งอาหารอิตาเลี่ยนและอาหารไทยฟิวชัน ซึ่งทางร้านได้ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบและหน้าตาของอาหารเป็นอย่างมาก ทำให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนรสชาติก็ไม่ต้องกังวลทางร้านใส่ใจไม่แพ้คุณภาพและหน้าตาของอาหารแน่นอน

8

8

8b-22-of-57

นอกจากอาหารแล้วที่ร้านก็ยังมีเครื่องดื่มดีๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแบบ Alcohol หรือ Non Algohol ที่ยกหลากหลายแบรนด์ดังมาให้คุณเลือกอย่างมากมาย ชอบดื่มแบบไหนก็เลือกได้ตามสบาย

8

8b-30-of-57

ต่อไปเรามาดูเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่เรามารีวิววันนี้กันบ้าง….

สเต็กหมูคุโรบุตะพอร์คช๊อป เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งอบและเห็ดผัดซอสครีมมัสตาร์ด 290.-

GRILLED KUROBUTA PORK CHOP WITH ROASTED POTATO AND SAUFEED MUSHROOM,MUSTARD SAUCE.

8

8

8

หมูคุโรบุตะเนื้อแน่น หอมกลิ่นเกรียมนิดๆ แต่ไม่ไหม้ แนะนำทานพร้อมกับเห็ดผัดซอสมัสตาร์ดและมันฝรั่งอบที่ให้รสชาติเครื่องเทศอ่อนๆ บอกเลยว่าอร่อยมาก จานนี้เป็นการผสมผสานรสชาติของอาหารทั้ง3 อย่างในจานเดียวได้อย่างลงตัวจริงๆ ปรบมือ

ซีซ่าร์สลัดเสิร์ฟกับโพชเอ้ก 150.-

CAESAR SALAD,WITH POACHED EGG.

8b-25-of-57

8b-50-of-57

8b-24-of-57

เป็นสลัดผัก+ขนมปังอบ+เบคอน+ไข่ออนเซน โรยหน้าด้วยชีส ถึงรสชาติซีซ่าร์สลัดแบบดั้งเดิม น้ำสลัดเข้มข้นลงตัวได้รสชีสแบบเต็มๆ ไม่เลี่ยน ผักสลัดสดกรอบ ได้ความหวานอร่อยจากไข่ ขนมปังอบชิ้นใหญ่ไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการกินของทีมรีวิวแต่อย่างใด อิอิ

น้ำตกอกเป็ด 160.-

SPICY PAN SEARED DUCK BREAST WITH GROUND ROASTED RICE SALAD.

8b-51-of-57

8

8b-41-of-57

รสเผ็ดพอดี ได้รสชาติเครื่องปรุงน้ำตกแบบอีสานแท้ๆ เนื้ออกเป็ดย่างก็เหนียวนุ่มกำลังดี ไม่มีกลิ่นคาว

รวมเบอร์รี่ มิ้นและโซดา 95.-

MIXED BERRY SODA.

8b-30-of-57

8-bistro-65

8b-44-of-57

อร่อย!!! สัมผัสแรกที่ดื่มแก้วนี้ บอกได้คำเดียวว่าอร่อยมาก ปกติเวลาแอดสั่งเครื่องดื่มแบบนี้จะได้แต่รสชาติของไซรัป แต่แก้วนี้กลับให้รสธรรมชาติถึงน้ำถึงเนื้อของผลไม้จริงๆ รสเปรี้ยวๆ หวานๆ ได้ความเย็นของกลิ่นมิ้น เพิ่มความซ่าด้วยโซดา มีเนื้อผลไม้อย่างสตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ด้วย มาแล้วต้องสั่งนะ จริงๆ

ยำแซลมอนสาหร่ายเย็นใส่ไข่ปลาแซลมอน 220.-

SPICY RAW SALMON AND CHUKA WAKAME SALAD WITH SALMON CAVIAR.

8b-37-of-57

8b-53-of-57

8b-29-of-57

แซลมอนสด ไม่มีกลิ่นคาว สาหร่ายกรอบอร่อยดี กินพร้อมไข่ปลาแซลมอนยิ่งได้รสชาติแซลมอนเต็มๆ คำ

สปาเก็ตตี้เส้นดำผัดพริกกระเทียมซีฟู๊ด 220.-

BLACK INK SPAGETTHI AIOLI WITH SEAFOOD.

8b-31-of-57

8b-47-of-57

8b-36-of-57

รสชาติเผ็ดนำ เส้นไม่นุ่มเกือบแข็งสไตล์อิตาเลี่ยน ใส่อาหารทะเลมาให้เยอะมาก แบบไม่หวงเลย ทั้งกุ้ง หมึก หอยเชลล์ และหอยแมลงภู่ มีใบร็อกเก็ตช่วยดับกลิ่นคาวทำให้ไม่ได้กลิ่นคาวของอาหารทะเลเลย

เลมอน ไทม์ 95.-

LEMON-THYME SODA

8b-39-of-57

8b-46-of-57

8b-39-of-57

สำหรับเมนูเครื่องดื่มแก้วสุดท้ายนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ถึงรสชาติเลมอน เพราะเขาใส่เลมอนมาให้ครึ่งลูกเลยทีเดียว แก้วนี้ดื่มแล้วสดชื่นดีเหมือนกัน ได้กลิ่นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบไทม์ด้วย

 

ภาพรวมร้าน 8 Bistro

  • รสชาติอาหารอร่อย คุณภาพคับจานทุกเมนู ถือว่าคุ้มค่าสมราคา
  • หน้าตาอาหารและเครื่องดื่ม ตกแต่งออกมาได้สวยงาม
  • เครื่องดื่มอร่อยมากทั้ง 2 เมนู
  • เจ้าของร้านและพนักงาน่ารัก บริการดีมาก เป็นกันเอง
  • เมนูที่นำมารีวิวเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ที่ร้านยังมีเมนูแปลกใหม่น่าลองให้เลือกอีกมาก

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • Facebook ร้าน : https://www.facebook.com/8bistro
  • 8 Bistro เข้าร่วมบริการกับ Dropdrink หากใครไม่สะดวกมาหน้าร้าน แต่อยากทานเมนูโปรด สามารถใช้บริการผ่าน Dropdrink Application ดาวน์โหลดได้แล้วที่ http://dropdrink.com/download  สั่งเมนูโปรดของคุณได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว
  • สำหรับบางเมนูอาจไม่สามารถให้บริการผ่าน Dropdrink Application ได้ ต้องมารับประทานที่ร้าน

 

ที่มา : http://blog.eatranger.com/8-bistro

7 ร้านอร่อย น่าหลบฝน

in Uncategorized by

7 ร้านอร่อย น่าหลบฝน

สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านดีๆ นั่งหลบฝนสบายๆ เรา

รวบรวม   7 ร้าน 7 สไตล์ ในโคราช บรรยากาศสวย

ตกแต่งด้วยกระจกใส มองเห็นสายฝนพรำ ที่จะทำให้

คุณจดจำฤดูฝนนี้ไปอีกนาน

ร้าน CloudNine

1. Cloudnine Café

หลบฝนที่ย่านสวายเรียง

ร้านน่านั่งหลบฝนอีกหนึ่งร้านย่านตรอกสวายเรียง บรรยากาศร้านสวยๆ สบายๆ ตกแต่งแนวเอิร์ธโทน และเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก ดูแล้วให้ความอบอุ่น โดยที่นั่งในร้านจะแบ่งออกเป็น2โซนคือโซนหน้าร้านนั่งตากแอร์ และโซนด้านหลังนั่งตากลม ซึ่งโซนหลังนี้คงไม่เหมาะสำหรับวันหลบฝนสักเท่าไหร่ แต่คงไม่เป็นไรแค่บรรยากาศภายในร้านก็ชวนฟินกินอาหารอร่อยแล้ว เชฟที่นี่ก็ไม่ธรรมดา รับประกันความอร่อยจาก Le Cordon Bleu เลยทีเดียว จะวันธรรมดาหรือวันหลบฝน จะไปกับเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ก็แวะมาดื่มด่ำบรรยากาศดีๆ กับอาหารอร่อยๆ ได้ที่ Cloudnine Café

พิกัด : 87/3-4 ถ.ตรอกสวายเรียง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดวันจันทร์,พุธ – อาทิตย์ 08.00 – 20.00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)

ร้าน 8 Bistro

2. 8 Bistro

บรรยากาศดีๆมาพร้อมอาหารอร่อย

ร้านอาหารชื่อดังน่าหลบฝนอีกหนึ่งร้านของเมืองโคราช ไม่ว่าคุณจะมานั่งทานอาหารชิวๆ หรือปาร์ตี้แฮงค์เอ้าท์ ที่นี่เป็นหนึ่งตัวเลือกที่คุณจะพลาดไม่ได้เลยจริงๆ ด้วยบรรยากาศสบายๆ ตกแต่งร้านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ติดกระจกรอบตัวร้าน ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้ชัดเจน ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ในการทานอาหารได้มากเลยทีเดียว มาร้านดีๆ อยากจะแชร์ทั้งทีที่นี่ก็ฟรี Wifi ส่วนเรื่องอาหารขอการันตีเลยว่ารสชาติดี อร่อยถึงใจ แม้ช่วงนี้ฟ้าฝนจะไม่ค่อยเป็นใจ แต่ถ้ามีของอร่อยในร้านบรรยากาศดีๆ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ จะพบปะสังสรรค์นั่งชิวก็แวะมาเลยล่ะกัน แล้วบรรยากาศที่ร้านตอนฝนรินจะทำให้คุณฟินแบบไม่รู้ลืม

พิกัด : 9/8 ตึกคอนโด Ever9ชั้น ซ.ตรอกเสาธง ถ.มุขมนตรี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน 10.30 – 00.00 น.

Sweet cafe'

3. Sweet Café

หลบฝนทั้งที ต้องมีของอร่อย

คาเฟ่สไตล์โฮมเมดน่ารักๆ ในบ้านไม้เก่าสีขาว ตัดกับสีเขียวสดของต้นไม้ให้บรรยากาศสดชื่น ผ่อนคลาย วันไหนฝนตกเบาๆ อากาศกำลังเย็นสบายจะออกมานั่งชิวรับลมด้านนอกก็ดี แต่ถ้าไม่ไหวโซนด้านในก็กว้างขวาง มีมุมให้เลือกนั่งหลากหลาย ส่วนอาหารเครื่องดื่มก็ขาดไม่ได้ ลองสั่งเครปผลไม้สดมานั่งทานเพลินๆ รับรองอร่อยฟินแน่นอน เอาเป็นว่าจะหลบฝนทั้งที อยากได้บรรยากาสดีๆ ก็ต้องนั่งร้านที่มีแต่ของอร่อยแบบนี้แวะเลยที่ Sweet Café จ้า

พิกัด : 12 ถ.ตรงข้ามช้อนเงินเก่า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน 08.10 – 20.00 น.

4

4. Brown House

ร้านนี้มีแต่ไออุ่น

ร้านกาแฟสีน้ำตาล กับ Concept ของร้านที่เน้นให้ความอบอุ่นสบายๆ เหมือนอยู่ที่บ้าน กับบรรยากาศที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นของกาแฟ และการตกแต่งร้านสไตล์วินเทจ ดวงไฟสีส้ม น่าจะให้ความรู้สึกอบอุ่นคลายความหนาวจากไอฝนได้ไม่น้อย ใครอยากนั่งมองบรรยากาศนอกร้านตอนสายฝนพรำแนะนำนั่งมุมติดกระจก หรือใครอยากหลบความวุ่นวายนั่งเงียบๆ ในมุมส่วนตัวก็มีให้เลือกเหมือนกัน ระหว่างนั่งหลบฝนก็ไม่ต้องกลัวเหงาที่ร้านมีWifi จะนั่งแชท นั่งทำงานก็ได้สบายๆ เกิดรู้สึกหิวขึ้นมาก็ไม่มีปัญหาทางร้านมีเมนูหลากหลายทั้งเครื่องดื่ม อาหาร และของหวาน ทีเด็ดของที่นี่ต้องสั่งกาแฟสกัดเย็นมาลอง บรรยากาศอบอุ่นสบายๆ ให้นั่งหลบฝนอยู่แบบนี้ทั้งวันก็อยู่ได้แน่นอน

พิกัด : 285 ถ.มหาดไทย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา (ร้านกาแฟวาวีเดิม ตรงข้ามร้านดอกไม้กาแฟ)

วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน 8.00 – 20.00 น.

บ้านเลขที่ 5

5. บ้านเลขที่ 5

สายฝนรินๆ กับคลีนฟู้ดฟินๆ

ถ้าฝนตกแต่อยากทานคลีนฟู้ดดีๆ แนะนำต้องมานั่งหลบฝนที่นี้ ร้านอาหารคลีนและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ย่านตรอกวัดโพธิ์ เป็นร้านที่รีโนเวทจากบ้านไม้เก่าเน้นโทนสีขาว ตัดด้วยสีของเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้เป็นส่วนใหญ่ เน้นบรรยากาศให้เหมือนกับอยู่บ้าน แต่ได้ความรู้สึกไม่บ้านแน่นอน มาแล้วลองนั่งติดมุมกระจก ยามบ่ายมีแสงแดดอ่อนๆ สาดส่อง ยามฝนโปรยปรายนั่งมองสายฝนไหลรินๆ ยิ่งสั่งเมนูโปรดสักจานมานั่งกินยิ่งฟินไปใหญ่ อาหารที่ร้านก็ทำจากผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคทั้งหมด รับรองว่านอกจากจะหลบฝนได้บรรยากาศฟินๆ แล้วยังได้ทานอาหารดีๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

พิกัด : 5 ซ.ตรอกวัดโพธิ์ ถ.โพธิ์กลาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

เวลาเปิดปิดทำการ : เปิดวันอังคาร – อาทิตย์  10.00 – 19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

ลาบลอย

6. ลาบลอย

ฝนตกอาจไม่บ่อย แต่ลาบอร่อยมีทุกวัน

เป็นร้านอาหารอีสานรสแซ่บ บรรยากาศดีแห่งหนึ่งในโคราช ย่านถนนยมราช ข้างโรงแรมไทยอินเตอร์ ถ้าคุณกำลังมองหาร้านอาหารดีๆ นั่งหลบฝนไปด้วย ทานอาหารแซ่บๆ ไปด้วย แนะนำต้องมาร้านนี้  กินไป ชิวไป  นั่งมองสายฝนโปรยปรายนอกร้าน ได้บรรยากาศดีๆ เวลาทานอาหารไปอีกแบบ จะว่าไปหลบฝนทั้งทีร้านเขาก็ไม่ได้มีดีแค่ลาบนะ ต้มแซ่บ เนื้อแดดเดียว ใส้กรอกอีสาน และอีกหลากหลายเมนูรสแซ่บเขาก็มีให้เลือกอีกเพียบ หลบฝนที่นี่ฟินทั้งบรรยากาศ แซ่บทั้งรสชาติอาหาร จะมื้อเที่ยงมื้อเย็นก็แวะมาได้ ฝนตกอาจไม่บ่อย แต่ลาบอร่อยมีทุกวันนะจ้ะ

พิกัด :  ข้างโรงแรมไทยอินเตอร์ ถ.ยมราช ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน 11.00 – 20.00 น.

7

7. De Forest

ฝนตกระริน เหมือนนั่งฟินอยู่กลางป่า

ฤดูฝนช่วงนี้ถ้าคุณยังไม่รู้จะไปนั่งหลบฝนที่ไหน De Forest  เป็นหนึ่งร้านทางเลือกที่คุณต้องมาลอง  ร้านกาแฟที่ให้บรรยากาศเสมือนคุณกำลังไปนั่งจิบกาแฟไกลถึงเขาใหญ่ ทั้งที่จริงอยู่ใกล้ๆ ย่านใจกลางเมือง หลังโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมานี่เอง ร้านที่ปกคลุมและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ พื้นหญ้าสีเขียวขจี  นั่งมองยามฝนตกโปรยปรายลงมาให้ความรู้สึกชุ่มชื้นดี ส่วนเรื่องอาหารและเครื่องดื่มร้านนี้เขาดีจริงไม่แพ้บรรยากาศ อร่อยจัดเต็มทุกเมนูแน่นอน เอาเป็นว่าใครที่ชอบบรรยากาศคล้ายว่าติดฝนอยู่กลางป่าต้องมาให้ได้ สั่งกาแฟร้อนๆ มานั่งจิบด้วยสักแก้วรับรองว่าฟินติดใจ ที่สำคัญเด็กเสิร์ฟร้านนี่เขามีแต่ผู้ชาย สาวๆ คนไหนยังไม่เคยติดฝนกับหนุ่มๆ ต้องมาลองเด้อจ้า

พิกัด : หมู่บ้าน VIP ซอย1/1 ถ.ข้างโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดวันอังคาร – อาทิตย์  09.00 – 19.30 น. (ปิดทุกวันจันทร์

หากใครไม่สะดวกมาหน้าร้าน แต่อยากทานเมนูโปรด สามารถใช้บริการผ่าน Dropdrink Application

ดาวน์โหลดได้แล้วที่ http://dropdrink.com/download  สั่งเมนูโปรดของคุณได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว

 

 

ที่มา : http://blog.eatranger.com

คอกาแฟห้ามพลาด 5 ร้านกาแฟโคราช นั่งชิลๆได้ง่ายๆตลอดทั้งวัน

in Uncategorized by

1. Sweet Days 

Sweet Days ร้านวันหวาน เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟ เครื่องดื่ม เค้ก เบเกอรี่ ที่ต้องมาเมื่อมาเยือนนครราชสีมา เนื่องจากร้านตกแต่งได้น่ารักมาก สไตล์วินเทจ มีเมนูเครื่องดื่ม ขนมเค้ก และเมนูหวานๆอีกหลายอย่าง และแต่ละเมนูคุณภาพเต็มเปี่ยม แถมการบริการยังเป็นกันเอง พนักงานยิ้มแย้ม ทำให้หลายๆคนที่มาที่ร้านติดใจในคุณภาพอาหารและการบริการ จนกลายมาเป็นลูกค้าประจำ

10329216_716735075057719_4444438883664859992_n

11903879_976127482451809_8910033042610217161_n

ร้านตกแต่งได้น่ารักมาก สไตล์วินเทจ ^^

13010792_1110000929064463_4462012224941142289_n

11424000_937690502962174_2142295486170494432_n

12998751_1110000945731128_8831040562544989075_n

11225429_985533154844575_6352343766273058660_n 11055312_930922240305667_5253408865660951801_n

2. Class Café 

Class Cafe เป็นร้านกาแฟชื่อดังของนครราชสีมาเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเพราะว่าที่นี่ยังเป็นสถาบันสอนวิธีการชงกาแฟด้วย และยังใช้เครื่องชงกาแฟนำเข้าจากประเทศอิตาลี เราจึงมั่นใจว่ากาแฟที่เสิรฟมาแต่ละแก้วนั้น คุณภาพดีเยี่ยมจริงๆ โดยสาขาแรกตั้งอยู่ที่ถนนจอมสุรางค์ยาตร์ และมาเปิดสาขาเพิ่มที่ ถนนช้างเผือก หน้าโรงพยาบาลมหาราชเพราะว่าลูกค้าที่สำคัญส่วนหนึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ แถมยังมีบริการ Delivery ด้วย การที่เปิดสาขานี้จึงตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้ดียิ่ง จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่การใช้กาแฟที่มีคุณภาพ และความสามารถของบาริสต้า ทำให้มั่นใจในคุณภาพของกาแฟทุกแก้วที่สั่งมา

1012788_180981478769048_1443557632_n

555788_172248566309006_131286104_n

10898043_338091253058069_8692536963597369125_n

13754186_542518629281996_3082387171334084124_n

13781907_542486782618514_3950226273308757207_n

3. กาแฟละมุน(La-moon Café)

กาแฟละมุนหรือละมุนคาเฟ่ เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงและลูกค้าหนาแน่นมากๆ เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าที่เข้าพัก หรือมาประชุมที่โรงแรมราชพฤกษ์ แกรนด์ โฮเทล เพราะว่าสามารถเดินจากโรงแรมมายังร้านกาแฟละมุนได้เลย โดยร้านตั้งอยู่ประตูทางออกด้านหลัง โดยทางร้านมีบริการกาแฟ เครื่องดื่ม ขนมเค้ก ไอศครีม ขนมปังปิ้ง และเมนูขนมหวานอีกหลายอย่าง ซึ่งร้านจะเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เปิด 8:00-19:00น. วันเสาร์-อาทิตย์ 8:00-20:00น.  ขอบอกว่าขนมปังปิ้งอร่อยสุดๆ

14358798_848518445283172_2899640206487305125_n

14322648_848518238616526_9044370492775524569_n

14368826_848518335283183_8677937294934447916_n

14333698_848518141949869_6325995546147924538_n

14370053_848518321949851_640293534183258340_n

14344893_848518395283177_4861492013164745603_n

4. กาแฟฮูย่า 

วันนี้พามานั่งจิบกาแฟ กับบรรยากาศจีนสมัยเก่า เหมือนโรงน้ำชา ที่ร้านกาแฟฮูย่า เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีชื่อเสียง ของโคราช นครราชสีมาตั้งอยู่ที่ถนนสรรพสิทธิ์ เปิดให้บริการ วันจันทร์ – ศุกร์      เวลา 8.00 – 19.00 น., วันเสาร์ – อาทิตย์  เวลา 7.30 – 18.00 น จุดเด่นที่นี่คือบรรยากาศร้านสวยงามน่านั่ง และทีอร่อยแบบต้องสั่งคือขนมปังปิ้งเนยนม แป้งหน้านุ่มกรอบนิดๆ ฟินเว่อร์

11219421_1096091397082642_4821759294001828487_n

12308374_1098654773492971_7428696319929007529_n

10592847_842325492459235_8745937182753869225_n

10590515_841069322584852_4248030951775475235_n

10996164_939632019395248_3100811847277756897_n

10622794_841069609251490_1732936358038999101_n

10882123_914027968622320_6091418537762225795_n

5. So Far So Good

ร้านนี้เปิดมานานถึง 6 ปีได้แล้ว ถือว่าเป็นที่พักผ่อนสำหรับวันสบายๆ ที่ไม่อยากไปไหนไกล หาที่นั่งทำงาน ฟังเพลงเบาๆ ที่โคราช อยากจะแนะนำร้านที่ชอบ อีกร้าน นั่นก็คือ Sofar SoGood สำหรับตำแหน่งร้าน SFSG นั้น ตั้งอยู่บนถนน มุขมนตรี อยู่ตรงข้ามกับ สวนสาธารณะ ภูมิรักษ์  ร้านค่อนข้างเด่น ด้วยตึกแถวหน้ากว้าง ตกแต่งอย่างสวยงาม สิ่งสำคัญนอกจากความกว้างขวาง นั่นก็คือที่จอดรถ ร้านนี้สามารถจอด หน้าร้าน หรือในส่วนของ อพาร์ทเม้น ด้านใน ซึ่งเป็นของทางร้าน ได้เลย หรือจะจอด หน้าสวนสาธารณะ แล้วเดินข้ามถนนมา ก็ได้ แต่ต้องมองซ้ายขวาหน่อยนะ เพราะรถเยอะ

1376807411-dsc07026jp-o

1376807726-dsc07021jp-o

so-far-so-good-3

550396_393781840641416_979759388_n

286302_258894444130157_4898642_o

269130_246502835369318_4449523_n

317183_276181675734767_1171502373_n

Go to Top